ประเมิณมูลค่าบทที่ 2 - Intrinsic valuation

ประเมิณมูลค่าบทที่ 2 - Intrinsic valuation

Video ตัวเต็ม: https://goo.gl/TwMFUe

Intrinsic valuation คือการประเมินหามูลค่าโดยพื้นฐานจากลักษณะของธุรกิจ

model นึงที่ใช้ในการหามูลค่าก็คือ discounted cash flow valuation

Intrinsic value นั้นจะมีได้ก็ต่อเมื่อสินทรัพย์นั้นสามารถสร้างกระแสเงินสดได้เช่นธุรกิจ (ตัวอย่างที่ไม่สามารถหา Intrinsic value ได้ก็คือรูปวาด หรือ ทอง)

Discounted cash flow valuation จริงๆแล้วง่ายมาก เรารู้กันอยู่แล้ว แต่พวก finance เอามาทำให้มันยากเกินไป

สมการก็คือ มูลค่าของทรัพย์สิน = กระแสเงินสดที่ทรัพย์สินนั้นจะสามารถสร้างได้ จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้วมันเป็นสิ่งที่เราเข้าใจอยู่แล้ว แต่พอพวก Finance นำมาใช้ มันเลยดูยากเกินความจำเป็น

สิ่งที่ต้องทำคือ

  1. คาดการกระแสเงินสดจากธุรกิจหรือทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้นในทุกๆสถานการณ์ ไม่ว่าจะดีหรือแย่
  2. ปรับกระแสเงินสดให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
    2.1 ไม่มีความเสี่ยงก็อาจจะไม่หวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น
    2.2 มีความเสี่ยงก็จะต้องหวังผลตอบแทนสูงขึ้นตามความเสี่ยง

ทรัพย์สินจะมีมูลค่าได้ก็ต่อเมื่อ “มีกระแสเงินสดเป็นบวกเกิดขึ้น ณ เวลาหนึ่ง” ไม่จำเป็นต้องตลอดเวลา เช่นบริษัท start up ที่ยังไม่สร้างกระแสเงินสดมีมูลค่าได้เพราะในอนาคตจะสร้างเงินสดได้ แต่หากบอกว่าบริษัทนั้นจะเงินสดติดลบตลอดไปก็จะไม่มีค่า

การประเมินกระแสเงินสดนั้นสามารถทำได้สองแบบ 1. ดูจากทรัพย์สินปัจจุบันที่สร้างกระแสเงินสด
2. ดูจากทรัพย์สินปัจจุบันรวมถึงทรัพย์สินที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตที่จะสร้างกระแสเงินสด (บริษัทเติบโต)

งบดุล (Balance sheet) คือเครื่องมือในการช่วยหากระแสเงินสด 1. ฝั่ง Assets คือสิ่งที่จะสร้างกระแสเงินสด
2. ฝั่ง Liabilities คือ เงินที่จะนำมาทำธุรกิจจะมาจากการยืมเงินคนอื่น (Debt) หรือ เงินตัวเอง (Equity)

สรุป

Intrinsic valuation คือการประเมินหามูลค่าโดยพื้นฐานจากลักษณะของธุรกิจ Discounted cash flow valuation คือเครื่องมือในการหามูลค่า โดนจะต้องหากระแสเงินสดในอนาคตที่บริษัทจะสร้าง และ ปรับลดด้วยความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จะต้องเลือกระหว่างหามูลค่าของ แค่ส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ของทั้งกิจการ


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary