ประเมิณมูลค่าบทที่ 3 - Risk free rate

ประเมิณมูลค่าบทที่ 3 - Risk free rate

Video ตัวเต็ม: https://goo.gl/jSsxE4

Risk free rate คือผลตอบแทนแบบที่ไม่มีความเสี่ยงในการลงทุน แปลว่าผู้ที่ออกหลักทรัพย์ไม่มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระ (Default risk) เช่นพันธบัตรรัฐบาล
Discounted rate สำคัญสำหรับการหา discounted cash flow valuation แต่การคาดการณ์ cashflow ก็สำคัญ

มาดูพื้นฐาน discounted rate

กระแสเงินสดของส่วนของเงินทุน, discounted rate ควรจะเป็นต้นทุนส่วนเงินทุน กระแสเงินสดของทั้งกิจการ, discounted rate ควรจะเป็นต้นทุนทางการเงินทั้งหมด (เงินกู้และเงินทุน) กระแสเงินสดปรับค่าเงินเฟ้อ, discounted rate ก็ต้องปรับค่าเงินเฟ้อ

ยิ่งหลักทรัพย์มีความเสี่ยงมากยิ่งมีต้นทุนของเงินทุนมาก ความเสี่ยงวัดยังไง? ดูจากว่านักลงทุนเจ้าใหญ่ๆที่กระจายความเสี่ยงดีแล้ว มองความเสี่ยงยังไง

Risk free rate จะต้องมี 2 อย่าง

  1. ไม่มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระ (Default risk)
  2. ไม่มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในการลงทุนต่อ (Reinvestment)

Risk free rate มีข้อสังเกตุที่ควรรู้

  1. Risk free rate จะต่างกันหากเวลาในการลงทุนต่างกัน เช่นพันธบัตร 3 เดือน จะมี risk free rate ต่างกัน พันธบัตร 10 ปี
  2. Risk free rate แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
  3. บางรัฐบาลก็จะมีความเสี่ยงในการผิดชำระ พันธบัตรที่ออกมาก็จะมีความเสี่ยง

หา risk free rate ในค่าเงิน USD? เราสามารถเลือกพันธบัตรรัฐบาลแบบ 3 เดือน หรือ 6 เดือน หรือ 10 ปีก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังมองหาการลงทุนแบบระยะยาวหรือสั้น ถ้ายาวก็อาจจะเลือกพันธบัตรแบบ 10 ปี risk free rate ก็จะเป็นผลตอบแทนของพันธบัตรนั้น

หา risk free rate ในค่าเงิน EUR? เราก็เอาแต่ละประเทศในยุโรปมาดูว่าผลตอบแทนของพันธบัตรในแต่ละประเทศเป็นเท่าไหร่ risk free rate ก็จะเป็นผลตอบแทนของพันธบัตรของประเทศที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุด ในเคสนี้คือเยอรมัน

ถ้าจะหา risk free rate ในต่างประเทศ ก็ต้องหาส่วนต่างเรตติ้งระหว่างประเทศที่เราจะดูกับประเทศที่เราเอาเป็นบรรทัดฐาน แล้วบวกหรือลบ ขึ้นอยู่กับว่าเรตติ้งมากกว่าหรือน้อยกว่า

สรุป

ส่วนแรกที่จะนำไปคาดการณ์ discounted rate นั้นก็คือ Risk free rate เงินบางสกุลนั้นอาจจะหา risk free rate ได้ง่ายกว่า เราต้องหามาให้ได้ก่อนที่จะทำอย่างอื่น

ปล. จริงๆแล้วมันละเอียดกว่านี้มาก แต่เท่าที่ผมลองฟังดู สำหรับนักลงทุนเราแค่รู้ Concept เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary