อนาคตของ AOT จะมีอะไรบ้าง?

อนาคตของ AOT จะมีอะไรบ้าง?

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOT ที่เรารู้จักในฐานะผู้ให้บริการสนามบิน เป็นผู้ให้บริการสนามบินหลักของประเทศไทย ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสนามบินที่คึกคักมากที่สุดระดับโลก

ปัจจุบันประเทศไทยมีสนามบินทั้งหมดกว่า 30 สนามบินทั่วประเทศไทย โดยแต่ละสนามบินจะมีผู้บริหารต่างกันไป โดยส่วนใหญ่แล้วสนามบินจะถูกบริหารโดยกรมท่าอากาศยาน (Department of airport) แต่จะมีบางสนามบินที่ถูกบริหารโดยผู้อื่น

AOT นั้นได้สิทธิ์ในการบริหารสนามบินหลักของประเทศ ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ สนามบินแม่ฟ้าหลวง และสนามบินหาดใหญ่ ทำให้บริษัทนั้นใหญ่และมีมูลค่าตลาดมากถึง 6 แสนล้านบาท ถ้านึกภาพไม่ออกว่าใหญ่ขนาดไหน หากเทียบ GDP ของประเทศไทยที่มีขนาด 10 ล้านล้านบาท AOT นั้นจะมีขนาดมากถึง 6% ของ GDP

อนาคตการท่องเที่ยว

เนื่องจาก AOT ให้บริการสนามบิน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องดูว่าอัตราการทำรายได้จากสนามบินนั้นจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุดต่อรายได้ส่วนนี้มาจากจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร เพราะฉะนั้นจึงต้องมาดูแนวโน้มว่าจำนวนเหล่านั้นมี trend เป็นอย่างไร

ปัจจุบันทุกคนคงทราบกันดีว่าประเทศไทยนั้นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะจากประเทศจีน แต่เมื่อดูตัวเลขจริงๆจะพบว่านักท่องเที่ยวจีนนั้นมีสัดส่วนมากถึงราวๆ 30% ของจำนวนคนทั้งหมดที่เดินทางผ่านท่าอากาศยาน ถึงแม้ปีก่อนจะมีการปราบปรามทัว 0 เหรียญ แต่จริงๆแล้วเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น และปัจจุบันนั้นชาวจีนก็ไม่ได้ลดลงมากและเริ่มมีแนวโน้มกลับมาเติบโตเช่นเดิมแล้ว

ต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยรองลงมาก็จะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐ อินเดีย และอื่นๆอีกมาก โดยเกาหลีนั้นถือว่าเป็นชาติที่เดินทางเข้ามาไทยมากรองลงมาจากจีน แต่หากนับเป็นเปอเซนต์แล้วก็ยังเทียบจีนไม่ได้เลยเพราะมีแค่ไม่เกิน 6% เท่านั้น

การเติบโตของเที่ยวบินนั้นก็เติบโตอย่างมากเมื่อดูย้อนอดีตไปถึง 10 ปี

  • ปี 2014 จำนวนเที่ยวบิน 6 แสนเที่ยวต่อปี
  • ปี 2015 จำนวนเที่ยวบิน 7 แสนเที่ยวต่อปี
  • ปี 2016 จำนวนเที่ยวบิน 7.7 แสนเที่ยวต่อปี

ส่วนการเติบโตของผู้โดยสารก็เติบโตอย่างมากเช่นกัน โดยตัวเลขข้างลนแสดงถึงจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดที่เข้าออกสนามบินรวมถึงผู้โดยสารที่อาจจะลงมาเพื่อต่อเครื่องเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามแม้ผู้โดยสารจะแค่มาต่อเครื่อง แต่ส่วนนี้ก็ยังทำรายได้ให้ AOT ทั้งค่าบริการผู้โดยสารและอาจจะมีรายได้เพิ่มจากร้านค้าอีกด้วย

  • ปี 2014 ผู้โดยสารทั้งหมด 87 ล้านคน
  • ปี 2015 ผู้โดยสารทั้งหมด 106 ล้านคน
  • ปี 2016 ผู้โดยสารทั้งหมด 119 ล้านคน

แน่นอนว่าแนวโน้มการเติบโตของนักท่องเที่ยวมากขึ้น คำถามคือแล้วท่าอากาศยานปัจจุบันรองรับไหวหรือไม่?

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าจริงๆแล้วทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ตนั้นมี capacity รองรับผู้โดยสารค่อนข้างจำกัด และทุกท่าอากาศยานล้วนมีผู้โดยสารเกิน capacity ไปเรียบร้อยแล้ว เช่นปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นมี capacity อยู่ที่ 45 ล้านคนต่อปี แต่จำนวนที่เกิดขึ้นจริงนั้นมากกว่า 55 ล้านคน (หากนับเฉพาะผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ) ต่อปี การที่ผู้โดยสารล้น capacity สิ่งที่จะตามมาคือคุณภาพการใช้บริการที่ลดลง ความล่าช้าในการต่อคิว และความแออัดของผู้ใช้บริการ

ดังนั้นหากผู้โดยสารเริ่มมากเกินไป จึงถึงเวลาที่จะต้องลงทุนขยาย...

การลงทุน?

ในอนาคต AOT มีการลงทุนรวมทั้งหมดมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะประกอบไปด้วยที่อนุมัติแล้วและที่อยู่ในแผนการเพียงเท่านั้น แน่นอนว่าโครงการที่อนุมัติแล้วนั้นก็คือ สุวรรณภูมิ เฟส 2 ที่ใช้งบการลงทุนมหาศาลถึงกว่า 6 หมื่นล้านบาท และจะตามมาด้วยแผนการลงทุนในการสร้าง terminal 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิที่จะใช้งบลงทุนถึงกว่า 3 หมื่นล้านบาท และแผนต่อมาก็คือการสร้าง run way ที่ 3 ของสนามบินสุวรรณภมิที่มีงบลงทุนอีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท

เพียงแค่สนามบินสุวรรณภูมิแห่งเดียวก็รวมงบลงทุนเป็นกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งทั้งหมดแล้ว จะทำให้ capacity ของสนามบินที่ปัจจุบันอยู่ประมาณ 40 - 50 ล้านคนต่อปี กลายเป็น 90 ล้านคนต่อปี แต่ทั้งนี้ทุกโครงการน่าจะเสร็จหลังปี 2563 เป็นต้นไป

แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ทั้งสนามบินดอนเมืองและสนามบินภูเก็ตนั้นก็มีแผนลงทุนเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันก็ได้เกิน capacity ไปเรียบร้อยแล้ว โดยการลงทุนนั้นจะเป็นการเพิ่ม terminal เพื่อรองรับมากขึ้นและ renovate ภายในให้ดีมากขึ้น ซึ่งงบลงทุนรวมนั้นก็อยู่ที่มากกว่า 3 หมื่นล้าน

ดูเหมือนว่าอนาคตการท่องเที่ยวประเทศไทยจะมีการเติบโตที่ดี AOT ก็น่าจะได้รับประโยชน์ที่ดีเช่นกัน แต่การลงทุนมหาศาลหลักแสนล้านนี้ก็ดูแล้วเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างมากที่เดียว เพราะแน่นอนว่าบริษัทจะต้องกู้เงินซึ่งจะทำให้มีภาระดอกเบี้ย และตามมาด้วยค่าเสื่อมในการลงทุนที่มหาศาล ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยน่าจะเป็นตัวกดกำไรไว้ระยะหนึ่ง

และทั้งหมดก็คือข้อมูลจาก Oppday 16/06/17 ที่ทาง AOT ได้มาให้ข้อมูลแต่ไม่ได้ live ไว้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถาม IR ได้

ที่มา Aot


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary