ล้านแรกต้องแหกกฏ!

ล้านแรกต้องแหกกฏ!

ผมเชื่อว่าหลายๆคนต่างกันมีความฝันหรือเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายยอดฮิตของคนยุคนี้ก็คงจะเป็นเงิน 1 ล้านบาทแรก! แต่ว่ามันช่างดูยากยิ่งนักเพราะเงินเดือนเริ่มต้นเด็กจบใหม่นั้นเพียง 15,000 บาท!

ถ้าเรามีเงินเดือน 15,000 บาทเราจะต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะมีเงินล้าน? หากเราเก็บเงินทั้งจำนวนในทุกเดือน แปลว่า 10 เดือนเราจะมีเงินเก็บ 150,000 บาท แปลว่าเราจะใช้เวลา 70 เดือน หรือ 6 ปีกว่าๆ ในการเก็บเงิน 1 ล้านแรก

แต่แน่นอนว่าเราไม่สามารถเก็บเงินเต็มจำนวนได้ตลอดระยะเวลาถึง 6 ปี แล้วแบบนั้นเราจะกินอะไร? ในทฤษฏีแล้วหลายๆสำนักก็มักจะให้เราออมขั้นต่ำ 10% นั้นแปลว่าเราจะมีเงินออมต่อเดือน 1,500 บาท หากเราต้องการ 1 ล้านบาทเราก็จะต้องใช้เวลาถึง 700 เดือน! นั้นคือเกือบ 60 ปี! เห้ยแบบนี้จะทันกินหรอ?

วันนี้ผมมีข้อเสมอใหม่ แหกทุกทฤษฏีที่คุณเคยเรียนมา นั้นคือสร้างรายได้ให้มากและเก็บให้มาก แต่ทำเพียงสั้นๆ 3 - 4 ปี! หากคุณไม่อยากเป็นคนทั่วไป คุณก็จะต้องไม่ทำแบบคนทั่วไป เป้าหมายของคุณคือคุณต้องเก็บเงินให้ได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งคุณจะใช้เวลาเพียง 3 ปีเท่านั้นในการได้หลักล้าน! และหากแทนที่คุณจะนำไปฝากธนาคาร คุณนำมาลงทุนคุณจะถึงเป้าหมายเร็วขึ้นไปอีกหลายเดือน!

แล้วจะทำอย่างไรให้เก็บได้ถึง 3 หมื่นต่อเดือน? ขั้นตอนนี้ยากหน่อยแต่ไม่ยากเกินไป ขั้นอยู่กับ 2 ปัจจัยคือ

  1. คุณพร้อมที่จะขยันมากขึ้นขนาดไหน? จงจำไว้ว่าเราจะทำเพียงระยะเวลาสั้นๆไม่กี่ปี เพราะฉะนั้นคุณจะเหนื่อยหน่อยแต่ไม่นาน
  2. ใจคุณแข็งพอที่จะทนรวยได้หรือไม่? ต่อให้มีรายได้มาก แต่ความรวยไม่ได้วัดกันที่รายจับ แต่มันคือเงินเหลือเท่าไหร่ต่างหาก

เงินเดือน

เป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถต่อรองได้เท่าไหร่นัก เพราะมันขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณ ความต้องการของตลาดกับคุณค่าที่คุณสามารถสร้างได้ หากคุณมีเงินเดือนเกิน 3 หมื่นบาท ขั้นตอนนี้คุณอาจจะง่ายขึ้น เพราะอย่างน้อยคุณสามารถเก็บเงินขั้นต่ำ 3 หมื่นบาทต่อเดือนได้ง่ายขึ้น แต่หากคุณเงินเดือนไม่ถึง 3 หมื่นบาท สิ่งที่ผมจะแนะนำคือคุณต้องอ่านหนังสือเริ่มต้นจากหนังสือแนวคิดคนประสบความสำเร็จ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีทัศนคติที่ดีในการต่อยอดต่อไป รายได้ไม่ประจำ ถ้าคุณมีเงินเดือนไม่มากนักคุณอาจจะไม่ควรหวังการขึ้นเงินเดือน เพราะเงินเดือนไม่มากนั้นบ่งบอกอยู่แล้วว่าสิ่งที่คุณทำนั้นไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากนัก! ผมพูดความจริง! ทางที่เร็วกว่าคือคุณต้องหารายได้นอกเหนือจากเงินเดือน แน่นอนว่าส่วนนี้ยิ่งคุณอ่านหนังสือมาก คุณจะเจอทางมากขึ้น แม้ว่าตอนนี้คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าอ่านหนังสืออะไรดี ผมแนะนำให้คุณหาอ่านไปก่อนสักพักคุณจะรู้เองว่าคุณควรจะหาอะไร

ต่อมาคือเก็บเงินทนรวย

ย่ิงคุณเก็บมากเท่าไหร่คุณยิ่งถึงเป้าหมายเร็วเท่านั้น ผมอยากจะย้ำคุณอีกทีว่าคุณทำเพียงระยะเวลาสั้นๆเพียงเท่านั้น แต่หากคุณทำได้คุณจะพบว่ามันไม่ได้แย่อะไรเลย คุณอาจจะสามารถเก็บเงินถึง 30% ของเงินเดือนได้ แต่จริงๆแล้วคุณสามารถเก็บได้ถึง 60-70% ของรายได้เลยทีเดียว นั้นแปลว่าคุณจะต้องไม่ก่อสร้างหนี้ใดๆ หากคุณต้องหาที่อยู่ให้คุณเช่าแทนซื้อ หากคุณสามารถอยู่บ้านเดิมได้ให้คุณอยู่ หากคุณต้องเดินทางให้คุณใช้ระบบขนส่งแทนที่จะซื้อรถ หากคุณต้องการทานอาหารให้คุณซื้อข้าวธรรมดาแทนที่จะไปกินที่ห้าง คุณจะต้องลดหน้าตาทางสังคม คุณจะต้องเที่ยวในประเทศแทนต่างประเทศ คุณจะต้องลดรายจ่ายทุกอย่างออกไปแต่อย่าลืมว่าคุณทำเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น

ลงทุน

ในขั้นนี้เป็นนิสัยที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ และมันจะอยู่ติดตัวคุณไปตลอดผมจึงคิดว่ามันคุ้มมากที่จะเรียนรู้ในส่วนนี้ หากคุณผ่านการออมเงินมาได้ผมคิดว่าคุณจะเริ่มมีนิสัยนักลงทุนขึ้นไปทุกที คุณจะพบตัวเองว่าคุณจะพยายามช่างน้ำหนักก่อนเสมอว่าสิ่งที่คุณกำลังจะจ่ายออกไปจะคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งสำหรับการลงทุนแล้วเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับการลงทุนนั้นคุณไม่จำเป็นต้องได้ผลตอบแทนที่มากมาย เพียงแค่คุณลงทุนอย่างปลอดภัยและได้ปันผลที่ดีนั้นก็ดีกว่าการออมเงินในธนาคารอย่างมาก สิ่งหนึ่งที่คุณต้องคิดไว้คืออย่าให้เงินที่คุณอดออมมาอย่างลำบากต้องขาดทุน! แน่นอนว่าหลายๆคนอาจจะเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว แต่ผมรับรองว่าผมไม่ได้นั่งเทียนมาเขียน! บางคนมีภาระเยอะหรือน้อยไม่เท่ากัน ยิ่งภาระมากยิ่งยากมากขึ้น เพราะหากใช้เวลานานเกินไปคนส่วนมากจะท้อเอาได้ง่ายๆ ถ้าคุณภาระเยอะคุณจะต้องทำงานอย่างฉลาดมากขึ้น คุณไม่สามารถทำแบบเดิมได้เลย แต่ถ้าคุณภาระน้อยคุณก็อาจจะได้เปรียบเพราะคุณไม่ต้องทำเพิ่มมากแต่คุณอาศัยเก็บให้มากขึ้นได้

อ่านมาถึงตรงนี้คุณอาจจะถามว่าแหกกฏอย่างไร?

คนอื่นจะบอกให้คุณออม 10% แต่ผมให้คุณออม 60% คนอื่นอาจจะต้องดูมีฐานะที่ดีมีรถขับอยู่คอนโดหรู ผมบอกให้คุณเช่าห้องธรรมดาและนั่งรถสาธารณะ คนอื่นอาจจะทานอาหารหรูโพสขึ้นเฟสบุ้ค ผมบอกให้คุณทานปกติแล้วไม่ต้องโพสเฟสบุ้ค คนอื่นจะบอกคุณให้ไปเที่ยวญี่ปุ่น ผมบอกให้คุณเที่ยวในประเทศ คนอื่นจะบอกให้คุณออมไปเรื่อยๆใช้เวลาเป็นสิบปีถึงจะมีเงินล้าน ผมบอกให้คุณมีเป้าชัดเจนและใช้เวลาให้น้อยที่สุด คนอื่นจะบอกว่าผมสุดโต่งไปจะไม่มีความสุข ทุกวันนี้ผมก็ยังมีชีวิตปกติดี

1 ล้านแล้วไงต่อ?

ถ้าวันนี้คุณมีเงิน 1 ล้านแล้ว ยินดีด้วยนั้นแปลว่านั้นคือจำนวนเงินที่คุณสามารถเก็บไว้สบายๆไม่จำเป็นต้องใช้ หากคุณนำไปลงทุนเพื่อปันผล คุณจะพบว่าตลาดหุ้นนั้นมีหุ้นหลากหลายตัวที่สามารถให้ปันผลได้ถึง 5-6% โดยที่ความเสี่ยงของปันผลต่ำมากเช่นโรงไฟฟ้า นั้นแปลว่าคุณแทบจะสามารถการันตีปันผลปีละถึง 5 หมื่นบาท แทบจะเรียกได้ว่าคุณมีโบนัสปีละ 2 ครั้งเลยทีเดียว หากคุณมาถึงจุดนี้ผมคิดว่าคุณน่าจะสามารถต่อยอดได้ไม่ยาก


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

นักลงทุนทุกคนจะมองหาผลตอบแทนที่ดี แต่ผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมมักจะเกิดขึ้นจากบริษัทเติบโตขึ้นเหนือความคาดหมายของคนส่วนใหญ่…