อยากรวยเร็วให้ไปหาเงิน อยากรวยยันลูกหลานให้ลงทุน

อยากรวยเร็วให้ไปหาเงิน อยากรวยยันลูกหลานให้ลงทุน

หลายๆคนที่เข้ามาตลาดหุ้นใหม่ๆก็คงจะเพราะว่าอยากจะรวยขึ้นทุกๆคน แน่นอนว่าทุกคนที่เข้ามาพยายามที่จะทำกำไรจากตลาดให้ได้มากเพื่อที่จะรวยขึ้น

ประโยคที่ว่าอยากรวยเร็วให้ไปหาเงินนั้น จริงๆแล้วผมต้องการจะสื่อว่า ถ้าหากอยากรวยเร็วตลาดหุ้นคงไม่เหมาะ เหตุผลก็เพราะการอยากรวยเร็วจะทำให้เราใช้อารมณ์มากขึ้น แน่นอนว่าอารมณ์ที่หมายถึงคือความกลัวและความโลภ

ซึ่งทั้งสองอย่างนั้นจะทำให้เราเพิ่มความเสี่ยงจนถึงขั้นสุด ความโลภทำให้ซื้อหุ้นโดยมองแต่ด้านดีด้านเดียว ความกลัวทำให้ขายหุ้นโดยขาดสติ

ถ้าอยากรวยเร็วๆ ผมคิดว่าตลาดหุ้นไม่น่าเหมาะ สิ่งที่จะช่วยได้คือการออกไปหาความรู้ เพิ่มความสามารถ และเพิ่มค่าตัวของตัวเองให้สามารถเพิ่มค่าแรงตัวเองได้ ทำงานเสริมได้ หรือสร้างธุรกิจเองได้

การลงทุนนั้นตอบโจทย์เรื่องความรวยแน่ แต่มันไม่เร็ว หากเรารวยขึ้นแล้วจากอาชีพที่เราทำ จากนั้นเราก็สามารถลงทุนได้โดยไม่หวังที่จะรวยเร็วจากตลาดหุ้น เพราะเราจะโฟกัสที่อาชีพเราเป็นหลัก แน่นอนว่าผลพลอยได้คือการไม่มีเวลานั่งดูราคาหุ้นทำให้ไม่มีเวลามากังวลกับความผันผวนของมัน

การรวยจากตลาดหุ้นต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลัก 10 ปี แต่หากเราอดทนได้ เราจะพบกับพลังทวีคูนที่เริ่มมีนัยยะเมื่อเทียบกับรายได้จากอาชีพหลักแน่นอน แต่แน่นอนว่าระหว่างนั้น เราจำเป็นจะต้องศึกษา และให้เวลากับการลงทุนอย่างจริงจัง

ท้ายที่สุดแล้ว ความรวยจากตลาดหุ้นนั้นจะยอดเยี่ยมกว่าอาชีพของเรา เพราะรายได้สามารถเข้ามาได้โดยที่เราไม่ต้องทำงาน และยิ่งไปกว่านั้นเราสามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้ จะมีรายได้สักกี่แบบบนโลกนี้ที่เมื่อเราตายไปแต่รายได้ยังอยู่ครบแถมสามารถเติบโตขึ้นไปอีก นอกจากหุ้น

นี่ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ตลาดหุ้นเป็นเครื่องมือ ในการบรรลุเป้าหมายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นวิธีการก็อาจจะต้องมีเปลี่ยนไปบ้าง อาจารย์นิเวศน์เลือกที่จะใช้วิธีที่กล่าวไปข้างต้น ปู่บัฟเฟตต์นั้นต่างออกไป ปู่ใช้การลงทุนเป็นอาชีพหลัก แต่อย่างไรก็ตามปู่ก็ยังทำธุรกิจ นั้นก็คือการตั้ง ห้างหุ้นส่วนเพื่อรวมเงินมาลงทุน และรวมถึงการขึ้นเป็นผู้บริหารของ Berkshire

ไม่ว่าเราจะเลือกแบบไหนก็ตาม ขอให้ยึดมั่นกับเป้าหมายของตัวเอง และขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทาง


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary