ค่าการตลาดคืออะไร?

ค่าการตลาดคืออะไร?

ปั๊มน้ำมันดำเนินธุรกิจค่าปลีกน้ำมัน โดยกำไรที่ปั๊มจะได้คือส่วนต่างระหว่างต้นทุนน้ำมันและราคาขายน้ำมัน ส่วนกำไรตรงนี้เรียกว่าค่าการตลาด

จะสังเกตุว่าค่าการตลาดจะขึ้นอยู่กับ 2 ส่วนคือ 1. ราคาขาย 2. ต้นทุนน้ำมัน

ราคาขายนั้นคนที่จะกำหนดคือ PTT ส่วนต้นทุนน้ำมันนั้นก็จะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันโลกโดยคร่าวๆ ส่วนใหญ่แล้วการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันจะเป็นไปตามต้นทุนน้ำมัน หากน้ำมันมีต้นทุนที่สูงขึ้นก็จะปรับราคาขายสูงขึ้น หากต้นทุนน้ำมันลดลงก็จะปรับราคาขายลดลง

แต่ในความเป็นจริงการปรับราคาไม่สามารถปรับตามต้นทุนได้อย่างทันที มันมักจะมี lag time อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการปรับราคาที่เร็วเกินไปหรือปรับราคาที่ช้าเกินไปก็จะให้ผลที่ต่างกัน

บริษัท PTG มีสต๊อกน้ำมันอยู่ราวๆไม่เกิน 10 วัน แปลว่าหากซื้อน้ำมันมาวันนี้แล้วราคาขายน้ำมันเปลี่ยนแปลงก็จะทำให้เกิดผลกระทบอย่างแน่นอน หากราคาขายถูกปรับลงก็จะทำให้บริษัทได้กำไรลดลง แต่หากปรับขึ้นก็จะได้กำไรมากขึ้น ค่าการตลาดเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยปกติค่าการตลาดอาจจะลงไปต่ำถึง 1.4 บาทได้ หรือขึ้นไปสูงถึง 2.0 บาทได้ ขึ้นอยู่กับต้นทุนน้ำมันและการปรับราคาขาย

ตัวอย่าง ปี 2016 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงขาลงของราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนน้ำมันก็ลดลง แน่นอนว่าเป็นผลดีเพราะการปรับราคาขายน้ำมันก็จะลดลงแต่จะตามหลังต้นทุนน้ำมัน โดยเฉลี่ยทั้งปีทำให้ PTG มีค่าการตลาดสูงถึง 1.8 บาท

ในต้นปี 2017 ต้นทุนน้ำมันกลับมาเป็นขาขึ้น ค่าการตลาดก็จึงลดลงเพราะการปรับราคาขายน้ำมันจะช้ากว่าทำให้ส่วนต่างน้อยลง โดยเฉลี่ยแล้วค่าการตลาดของ PTG ตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.6

แต่ก็ยังมีอีกเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ คือต้นทุนน้ำมันลดลงแต่ปรับราคาขายลงเร็วเกินไป ก็อาจจะทำให้ค่าการตลาดลดลงเช่นกัน

จะเห็นว่าค่าการตลาดนั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก หากมีการปรับเปลี่ยนก็จะส่งผลต่อ PTG ค่อนข้างมากเพราะบริษัทมีรายได้เกือบทั้งหมดมาจากค่าการตลาด หากจะลงทุนใน PTG จำเป็นอย่างมากที่จะต้องเผื่อความปลอดภัยในเคสที่ค่าการตลาดตกต่ำกว่าคาด หากลงทุนในช่วงเวลาที่ค่าการตลาดดีอาจจะทำให้เสียหายได้ง่าย


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary