บริษัทเติบโตหน้าตาเป็นอย่างไร?

บริษัทเติบโตหน้าตาเป็นอย่างไร?

นักลงทุนโดยตัวไปคงจะทราบกันดีว่าหนึ่งในคุณสมบัติของหุ้นที่สามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนที่งดงามให้แก่เรานั้นก็คือการเติบโต แต่ทราบหรือไม่ว่าการเติบโตของหุ้นนั้นมีทั้งเติบโตของจริงและเติบโตแบบหลอกตา การเติบโตทั้งสองแบบมีความต่างกันอย่างมาก แต่หากมองไม่ถี่ถ้วนก็อาจจะโดยหลอกได้ง่ายๆ

หนึ่งในตัวเลขที่มีผู้ติดตามมากที่สุดหากพูดถึงในเรื่องของการเติบโตก็คงหนีไม่พ้นกำไรสุทธิ แต่กำไรสุทธิเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถบอกอะไรกับนักลงทุนได้มากนัก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพาข้อมูลอย่างอื่นเพิ่มเติมเพื่อที่จะบอกได้ว่าบริษัทเติบโตจริงหรือเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

แต่ผมอยากจะขอข้ามเรื่องของการดูกำไรสุทธิสำหรับบทความนี้ สิ่งที่ต้องการนำเสนอในบทความนี้คือเรื่องของการเติบโตในมุมของธุรกิจ บริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตนั้นเราควรจะต้องสังเกตุจากอะไร? คำตอบคือความสามารถในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทที่เติบโตจริงๆนั้น การจะเติบโตที่ดีนั้นควรมาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง สังเกตุจากรูป (ซ้ายสุดคือปี 1951 ขวาสุดคือปี 1959) แท่งสีดำๆ หรือสีขาวๆ หรือสีลายๆ นั้นก็คือผลิตภัณฑ์ที่บริษัทได้ผลิตขึ้นมาในแต่ละปี ตั้งแต่ในปี 1951 บริษัทมีผลิตภัณฑ์ราวๆ 4 อย่าง โดยปีต่อมาบริษัทสามารถต่อยอดองค์ความรู้ ทำให้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นก็สามารถเติบโตขึ้นได้ในปีถัดไป

ถึงแม้บริษัทจะมีผลิตภัณฑ์ออกใหม่ได้ในแต่ละปี แต่หากสังเกตุดีๆจะพบว่าบางผลิตภัณฑ์ก็สามารถติดตลาดได้อย่างยาวนาน หรือบางผลิตภัณฑ์ก็อาจจะสามารถเติบโตได้เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น หรือบางผลิตภัณฑ์ก็ไม่สามารถเติบโตได้ แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะเมื่อดูโดยภาพรวมแล้วการเติบโตที่แท้จริงไม่ได้มาจากผลิตภัณฑ์ใดอันหนึ่งเท่านั้น แต่มาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

เพราะฉะนั้นหากจะมองบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโต ก็จะต้องมองหาบริษัทที่มีความสามารถในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และปัจจัยที่สำคัญก็คือบริษัทจะต้องมีการวิจัยตลาด และร่วมถึงความเชี่ยวชาญที่บริษัทมีก็จะต้องสามารถต่อยอดออกเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆไปได้อีกในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น บริษัทที่ทุกคนรู้จักดีอย่าง PTT ในเริ่มต้นนั้นบริษัทอาจจะมีบริการค้าปลีกน้ำมันเท่านั้น แต่จากการที่มีสาขาหลายสาขา บริษัทจึงบริหารพื้นที่ให้คุ้มค่ามากขึ้นโดยการเปิดพื้นที่เช่าร้านค้า และหลังจากนั้นจึงมีร้านกาแฟ Amazon เกิดขึ้น และในอนาคตยังมีข่าวอีกว่าจะมีโรงแรมตามปั้มน้ำมันอีกด้วย

เมื่อนักลุงเข้าใจภาพเหล่านี้มากขึ้น ขอให้นักลงทุนมองหาความสามารถในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท มากกว่ามองเพียงกำไรสุทธิ เพราะหากนักลงทุนสามารถมองได้ขาด อาจจะนำมาซึ่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดและผลตอบแทนเหนือความคาดหมายก็เป็นได้


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary