ของจริง หรือแค่โชคดี?

ของจริง หรือแค่โชคดี?

กองทุนแห่งหนึ่งสามารถเติบโตได้มหาศาล แต่ถ้าหากการเติบโตนั้นเป็นเพราะสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปอยู่ในกลุ่ม Commodity ขาขึ้น ถึงแม้จะได้ผลตอบแทนสูง แต่การกระจายความเสี่ยงต่ำนั้นทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

คำถามคือ ถึงแม้ว่าจะมีผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมก็จริง แต่วิธีการนั้นถูกหรือเปล่า?

ในระยะยาว การลงทุนแบบนี้ต่อเนื่อง จะสามารถสร้างความมั่งคั่งได้จริงหรือ?

หากบริษัทที่เป็นโรงงานผลิตสินค้า ตัดสินใจยกเลิกการซื้อประกัน บริษัทสามารถเพิ่มกำไรได้หลาย % ในระยะเวลาอันสั้น คำถามคือ วิธีการของผู้บริหารนั้นถูกต้องหรือไม่? ในระยะยาวแล้วการดำเนินงานแบบนี้จะทำให้ผลตอบแทนสูงขึ้นจริงหรือไม่? สำหรับผมคงไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก เพราะถึงแม้บริษัทจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แต่เสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายที่ประหยัดนั้นไม่คุ้มกัน ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับโรงงานที่เป็นสินทรัพย์ในการดำเนินงานหลักของบริษัท เม็ดเงินที่บริษัทประหยัดได้ในแต่ละปี อาจจะต้องใช้เวลาเป็นสิบปีในการชดเชยค่าเสียหายดังกล่าว และยังไม่รวมถึงค่าเสียโอกาสอีกด้วย

แน่นอนว่าหลายๆครั้งโชคชะตาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ของเราอย่างมหาศาล นักลงทุนรู้อยู่แล้วว่าเมื่อเกิดวิกฤตย่อมเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนและทุกวิกฤตจะสร้างเศรษฐีหน้าใหม่ขึ้นมาเสมอ ถามว่าทำไมผมถึงไม่เกิดให้เร็วกว่านี้ เพื่อจะได้มีโอกาสลงทุนตอนวิกฤตต้มยำกุ้งหรือซัพพราม? คำตอบคือบางครั้งโชคชะตาก็มีส่วนสำคัญกับความสำเร็จของเรามาก เราไม่สามารถควบคุมปัจจัยส่วนนี้ได้ ผมอาจจะไม่ได้มีโชคชะตาให้เจอกับวิกฤตทั้งสอง แต่ไม่ได้แปลว่าอนาคตผมจะไม่มีโอกาสอีกเลย เพียงแต่เราไม่รู้แน่ชัดว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ผลลัพธ์ที่ดีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้หลายๆรูปแบบ ทั้งวิธีการและเรื่องของโชคชะตา แต่ถึงแม้ว่าทั้งสองรูปแบบจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ แต่เราก็ควรจะแยกให้ออกว่าอันไหนของจริงและอันไหนของปลอม จุดที่อันตรายที่สุดคือเมื่อผลลัพธ์ที่ดีนั้นเกิดขึ้นเพราะโชคชะตาแต่เรากลับคิดว่าวิธีการของเราถูกต้อง เพราะนั้นหมายถึงเราจะทำซ้ำแบบเดิมโดยคาดหวังผลที่ดีเช่นเดิม หากเราโชคดีต่อไปเราก็อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ระวังไว้หากโชคชะตาเปลี่ยนนั้นหมายถึงผลลัพธ์จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

นักลงทุนที่ดีมีลักษณะคล้ายๆกันคือการคิดถึงความเสี่ยงก่อนเสมอ คำถามที่เราควรถามก่อนลงทุนคือ หากเราไม่โชคดีผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร? คำถามนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เราลงทุนเกินความเสี่ยงที่เราจะรับได้ เผลอๆอาจจะยังได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อให้โชคไม่ดีก็ตาม

ผมก็มีตัวอย่างการลงทุนมั่วๆเมื่อสมัยความรู้ยังน้อยและวิธีการลงทุนนั้นก็ยังไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ ผมลงทุนในบริษัทอสังหาฯแห่งหนึ่งซึ่งมาความแข็งแกร่งระดับแนวหน้าและถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงพอสมควร ผมได้เริ่มทะยอยสะสมหุ้นเมื่อราคาหุ้นลงมามากกว่า 30% โดยไม่ได้ศึกษาเลยว่าหุ้นร่วงเพราะอะไรและอนาคตบริษัทจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ผมคิดอย่างเดียวคือเชื่อว่าบริษัทน่าจะแข็งแกร่งพอที่จะกลับขึ้นมาได้ และแล้วโชคก็เข้าข้างเพราะบริษัทนั้นเป็นไปอย่างที่หวัง แต่คำถามคืออนาคตถ้าทำแบบเดียวกัน จะได้ผลตอบแทนแบบเดิมหรือไม่?

ความโชคดีบางครั้งก็ไม่สามารถเลือกได้ ถ้าเราโชคดีมาตลอด ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วย แต่นั้นไม่ได้การันตีว่าอนาคตจะโชคดีได้ตลอดไป ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจงโฟกัสไปที่วิธีการ หาวิธีการที่ถูกต้อง และผลลัพธ์ที่ดีสักวันหนึ่งจะเป็นของเรา


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary