บางคนลงทุนหวังไม่ขาดทุน บางคนลงทุนหวังกำไร

หลายครั้งที่ผมสังเกตุทั้งคนอื่นและตัวเองว่าในการที่จะลงทุนในหุ้นสักตัวนั้น ความแตกต่างสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เริ่มสนใจหุ้นสักตัวหนึ่ง ไปจนถึงจังหวะซื้อหุ้นและขายหุ้น ความแตกต่างที่ว่านั้นก็คือในบางครั้งเราจะอยากซื้อหุ้นเพราะหวังว่าราคามันจะขึ้นไปแล้วเราจะได้กำไร หรือในบางครั้งเราก็อยากที่จะซื้อหุ้นโดยหวังเพียงว่าโอกาสขาดทุนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ความแตกต่างตรงนี้จริงๆแล้วมีผลมากสำหรับการลงทุน หลายๆครั้งเรามักจะมองแต่โลกในแง่ดีว่าหุ้นมันจะขึ้นไปต่อ เราหวังว่าเราจะสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว เราหวังว่าเราจะขอแค่นิดเดียว บางครั้งเราอาจจะถูกและบางครั้งเราอาจจะผิด บางคนก็ไม่ได้มีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอะไรมาก เพราะกำไรทีก็นิดๆหน่อยๆเพราะรีบขาย แต่พอขาดทุนก็จะขาดทุนหนักเพราะไม่กล้าขาย cut loss

ในขณะที่นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่หลายท่านมักจะมองถึงโอกาสขาดทุนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นทางเทคนิคหรือทางพื้นฐาน ทุกคนนั้นล้วนแต่ต้องการไม่ให้เงินต้นนั้นหายไปมากเพราะว่ามันคือแก่นของการลงทุน การที่เงินต้นหายไปมากแปลว่าจะต้องทำกำไรให้ได้มากขึ้นในการทำให้เงินต้นกลับมาเท่าเดิม ทางสายเทคนิคก็จะเล่นเฉพาะกราฟที่สวยที่ถนัดและจะไม่ยุ่งกับสิ่งที่ตนเองไม่สามารถวิเคราะห์ได้ ส่วนสายพื้นฐานนั้นก็จะต้องการความมั่นใจมากกับการศึกษากิจการนั้นๆและรู้มูลค่าของหุ้นก่อนจะลงทุน มันไม่สำคัญเท่าไหร่ว่าเราจะลงทุนแบบไหน แต่เมื่อเราผิดพลาดเราจะต้องมีแผนสำรองไว้เสมอ

จริงๆแล้วผมก็ไม่กล้าฟันธงว่าการที่เราหวังกำไรนั้นเป็นผลเสียไปเสมอไป เพราะว่าความจริงแล้วเราก็ลงทุนเพราะต้องการกำไรทั้งสิ้น เพียงแต่ในจังหวะการตัดสินใจซื้อหุ้นจริงๆนั้น หากเราไม่โลภและมองความจริงมากขึ้นว่าอนาคตไม่มีอะไรที่แน่นอน เราควรกลับมาคิดก่อนว่าหากเราขาดทุนจะทำอย่างไร โอกาสขาดทุนมากน้อยขนาดไหน หากเรามีเหตุผลอย่างสม่ำเสมอตลาดระยะเวลาการลงทุน ยิ่งเราสามารถอยู่ในตลาดทุนได้นานเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะพบกำไรก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

แล้วเมื่อไหร่ที่เราจะหวังกำไรได้? ในการลงทุนทุกครั้งเราสามารถหวังกำไรได้เสมอ เพียงแต่จะต้องมาเป็นลำดับสองหลังจากหวังไม่ขาดทุน การกรองหุ้นที่มีโอกาสขาดทุนน้อยจะช่วยทำให้การลงทุนของเราปลอดภัยมากขึ้น จากนั้นเราจึงสามารถหวังกำไรจากหุ้นที่ปลอดภัยได้ ถ้าเราเลือกลงทุนได้อย่างถูกต้องเราก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่งดงาม หรือต่อให้เราเลือกลงทุนได้ไม่ถูกต้องก็จะไม่เกิดความเสียหายมากนักทำให้เรายังมีโอกาสแก้ตัวในครั้งต่อไป ในเคสนี้ย่อมดีกว่าการหวังกำไรเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary