จงหาปลาด้วยตัวเอง

จงหาปลาด้วยตัวเอง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เด็กชายคนหนึ่งเป็นคนที่ตกปลาเก่งมากๆ เขามักจะชอบไปตกปลาที่สะพานข้ามแม่น้ำของเมืองๆหนึ่ง เขามีความขยันจะไปตกปลาที่นั่นทุกๆเช้า และจากการที่เขาไปตกปลาที่สะพานข้ามแม่น้ำที่มีผู้คนเดินผ่านไปมาทุกๆวัน ทำให้ผู้ที่ผ่านมาก็จะต้องสังเกตุเห็นอยู่เป็นประจำ

ในวันหนึ่ง มีคนเรร่อนที่หิวโหยผ่านมา เขาเห็นเด็กชายตกปลาได้เยอะ เขาเลยตัดสินใจขอเด็กชายมา 1 ตัวเพื่อเอามาประทังชีวิตเพราะตนเองนั้นไม่มีงานทำและไม่สามารถหาเงินเพื่อไปซื้ออาหารได้ ด้วยความสงสาร เด็กชายจึงตัดสินใจให้ปลาแก่คนเรร่อนไป เพราะเขาสามารถหาปลาได้มากกว่านั้นในแต่ละวัน จึงไม่ได้กระทบอะไรมากนัก

วันต่อมาเด็กชายคนนั้นก็มาตกปลาเช่นเคย ในวันนี้ก็เป็นเช่นเดิม คนเรร่อนคนนั้นกลับมาหาด้วยท่าทางหิวโหยแบบเดิม เด็กชายจึงตัดสินใจให้ไปหนึ่งตัวเช่นเดิม เขาหาได้มากกว่านั้นเยอะเขาจึงไม่รู้สึกว่าเขาขาดแคลน แต่เขากลับรู้สึกดีที่ได้แบ่งปันไป

แต่แล้วในวันต่อมา เด็กชายก็มาตกปลาเหมือนทุกๆวัน แต่วันนี้มีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อคนเรร่อนนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 คน ทำให้เด็กชายจำเป็นที่จะต้องให้ปลาแก่คนเรร่อนทั้งคู่ด้วยความสงสาร แต่เด็กชายนั้นก็เริ่มที่จะลังเลมากขึ้น เพราะหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เด็กชายจะต้องแบ่งปลาให้แก่คนเรร่อนทุกๆวัน

หลายวันต่อมาคนเรร่อนจากเดิมที่เคยมาเพียงคนเดียว แต่ตอนนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าสิบคน เด็กชายไม่สามารถให้ปลาได้ครบทุกคนอีกต่อไปเนื่องจากคนเรร่อนมีจำนวนมากเกินไป เด็กชายจึงตัดสินใจบอกคนเรร่อนเหล่านั้นไปว่า "ฉันให้ไม่ได้แล้ว" เมื่อเหล่าคนเรร่อนได้ยินเช่นนั้น ก็ต่างพากันโกรธเกรี้ยวราวกับว่าพวกเขามีสิทธิ์ และด่าว่าเด็กชายเสียๆหายว่าใจดำแค่นี้ทำไมให้ไม่ได้ จากนั้นคนเรร่อนเหล่านั้นก็พากันกลับไปและไม่เคยกลับมาที่สะพานอีกเลย

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การให้นั้นก็เป็นสิ่งที่ดีทำให้จิตใจของเราสูงขึ้น แต่หากเราติดใจกับความสบายใจจากการให้แล้ว ผู้ที่ได้รับย่อมเกิดความเคยชินและจะมาขออีกเรื่อยๆ เพราะพวกเขาไม่รู้จะไปหาได้จากที่ไหนนอกจากการขอ แต่หากเราสอนเขาเหล่านั้นหาปลาเอง มันอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะหาปลาเองได้ แต่เมื่อหาปลาเองได้แล้วเขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องขออีกต่อไป


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary