ผู้บริหารเป็นแบบไหน บริษัทจะเป็นแบบนั้น

ผู้บริหารเป็นแบบไหน บริษัทจะเป็นแบบนั้น

หลังจากลงทุนมาสักระยะหนึ่ง นักลงทุนก็จะพบว่าการวิเคราะห์ผู้บริหารนั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนใน Startup ที่บริษัทยังไม่มีรายได้และกำไร หลักประกันเพียงอย่างเดียวของนักลงทุนก็คือการที่ผู้บริหารมีความตั้งใจและมีความสามารถพอที่จะทำให้ไอเดียเกิดขึ้นมาและสร้างรายได้ในอนาคต

การวิเคราะห์ผู้บริหารนั้นมีความสำคัญในการลงทุนอย่างยิ่งตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจนไปถึงบริษัทจดทะเบียน ตัวอย่างเช่นหากวันนี้มีเพื่อนของเราที่ต้องการจะทำธุรกิจแต่ไม่มีเงินทุนเพียงพอได้มาขอทุนกับเราโดยแลกกับสัดส่วนหุ้นของบริษัท สิ่งแรกที่เราจะต้องตรวจสอบก่อนที่จะลงเงินจริงๆก็คือพื้นฐานการใช้ชีวิตของเพื่อนเราคนนี้ เช่นถ้าเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้เราก็คงจะไม่กล้าเสี่ยงที่จะลงเงินจริง หรือในระยะต่อมาเมื่อบริษัทใหญ่ขึ้นต้องการเพิ่มทุน นักลงทุนรอบใหม่ก็จำเป็นจะต้องตรวจสอบว่าผู้บริหารอีกเช่นกัน

ผู้บริหารนั้นมีส่วนเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของบริษัทได้ค่อนข้างมาก บริษัทโดยทั่วไปแล้วจะมีการบริหารงานตามสไตล์ของผู้บริหารแต่ละคน เช่น ถ้าผู้บริหารเป็นคนเจ้าระเบียบ บริษัทก็จะมีแนวโน้มที่พนักงานบริษัทก็มีความเป็นระเบียบเช่นเดียวกัน หรือหากผู้บริหารมีพฤติกรรมเอารัดเอาเปรียบ บริษัทก็จะมีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นเดียวกัน เราสามารถลองสังเกตุได้ว่าบริษัทที่เราทำงานอยู่นั้นมีสภาพแวดล้อมที่เป็นไปตามพฤติกรรมของผู้บริหารหรือไม่

สำหรับนักลงทุนแล้ว หลายๆพฤติกรรมของผู้บริหารเราก็ไม่สามารถรู้ได้เพราะเป็นเรื่องภายในองค์กรที่มีแต่พนักงานเท่านั้นที่จะรู้ แต่อีกหลายๆพฤติกรรมเราก็สามารถตรวจสอบได้จะหลายๆแหล่งเช่นการให้สัมภาษณ์กับสื่อ ความตั้งใจในการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน และอื่นๆอีกมากมายที่ผมอยากจะยกตัวอย่างคร่าวๆ

  • ผู้บริหารที่มีความต้องการในการเติบโตจะเป็นหัวใจสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการการเติบโตของบริษัทอย่างมาก บริษัทจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะให้บริษัทมีการเติบโต ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆคือผู้บริหารที่ไม่หยุดนิ่งจะสามารถพัฒนาจากร้านอาหารข้างทางมาเป็นร้านอาหารที่มีแบรนด์และมีหลากหลายสาขาได้ ต่างจากผู้บริหารที่ไม่ต้องการเติบโตก็จะไม่พัฒนาไปมากเท่าไหร่นัก

  • ผู้บริหารที่มีนิสัยประหยัดจะมีแนวโน้มที่บริษัทจะสามารถมีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งได้ เพราะการลดต้นทุนนั้นไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริหารเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของพนักงานในบริษัทที่จะคอยเก็บรายละเอียดต่างๆได้ดีที่สุด แม้แต่เรื่องของการประหยัดไฟฟ้าก็สามารถเป็นจุดเล็กๆที่อาจจะส่งผลต่อบริษัทได้อย่างมาก

  • ผู้บริหารที่ไม่ชอบการเป็นหนี้สินก็มักจะส่งผลออกมายังงบดุลอย่างชัดเจน บริษัทที่มีผู้บริหารประเภทนี้ก็มักจะดำเนินธุรกิจโดยการไม่ก่อหนี้สินมากเช่นกัน ยกเว้นหนี้สินประเภทเจ้าหนี้ที่อาจจะพอเข้าใจได้ การพยายามไม่ก่อหนี้บางครั้งอาจจะเป็นผลดีหรือบางครั้งอาจจะเป็นผลเสียขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ แต่โดยทั่วไปหลายบริษัทที่ไม่มีหนี้สินถือว่ามีความเสี่ยงที่จะล้มละลายต่ำ ไม่ว่าจะมีวิกฤตเกิดขึ้นบริษัทก็ไม่มีผลกระทบในเชิงฐานะการเงินเท่าไหร่นัก เพียงแต่บางครั้งการไม่ก่อหนี้ก็จะทำให้การเติบโตของบริษัทถูกจำกัดอยู่เฉพาะเงินทุนของบริษัทเองเท่านั้น ลองนึกภาพง่ายๆว่าถ้าเราต้องการซื้อบ้านแต่ไม่ก่อหนี้สิน เราอาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการซื้อบ้านหลังหนึ่ง

  • ผู้บริหารที่เน้นขยายอาณาจักรตัวเองมักจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่นักลงทุนควรหลีกเลี่บงในการลงทุน คนทั่วไปอาจจะพยายามซื้อของแบรนด์เนมอวดกันแต่สำหรับนักธุรกิจแล้ว การมีอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่ก็เหมือนกับการมีอำนาจที่มากเช่นเดียวกัน ผู้บริหารประเภทนี้มักจะไม่คำนึงถึงการใช้เงินของนักลงทุนให้คุ้มค่าเท่าไหร่นัก โดยการบริหารก็จะเน้นการขยายธุรกิจออกไปโดยไม่สนใจว่าจะมีความคุ้มค่าเท่าไหร่นัก ไม่ว่าธุรกิจจะขยายออกไปอย่างกว้างขวางเท่าไหร่แต่ผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม

ยังมีลักษณะอื่นๆอีกหลายอย่างที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่ผมเชื่อว่าเพียงเท่านี้ก็น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นมามากแล้วว่าการมองผู้บริหารนั้นสำคัญอย่างไรสำหรับการลงทุน นักลงทุนไม่ควรมองว่าหุ้นเป็นเพียงแค่ตัวอักษรที่มีราคาขึ้นๆลงๆ แต่ควรจะนึกถึงว่านี่คือกิจการจริงๆที่มีคนบริหารและมีพนักงานทำงาน หากเรามีความคิดดังนี้เราจะมีความสนใจผู้บริหารมากขึ้นก่อนการลงทุน


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

ในระยะสั้นราคาหุ้นจะเป็นไปตามความคิดเห็นของตลาด แต่ในระยะยาวแล้วราคาหุ้นจะเป็นเครื่องชั่งน้ำหนัก ประโยคนี้หมายความว่าราคาหุ…