หุ้นนิ่งต้องทนได้

หุ้นนิ่งต้องทนได้

ในระยะสั้นราคาหุ้นจะเป็นไปตามความคิดเห็นของตลาด แต่ในระยะยาวแล้วราคาหุ้นจะเป็นเครื่องชั่งน้ำหนัก

ประโยคนี้หมายความว่าราคาหุ้นจะวิ่งไปตามอารมณ์ การมองโลกในแง่ดี หรือการมองโลกในแง่ร้ายของตลาด จึงเป็นไปได้ยากที่จะคาดหวังว่าในระยะสั้นราคาหุ้นจะตอบสนองต่อมูลค่าของมันจริงๆ แต่ในระยะยาวเมื่อผลประกอบการณ์ปรากฏออกมาราคาหุ้นถึงจะสามารถกลับไปสมเหตุสมผลได้มากขึ้น เหมือนคำกล่าวของเซียนหุ้นท่านหนึ่งที่ว่า "เจ้ามือที่แท้จริงคือผลประกอบการ"

การที่เราจะสามารถทนสภาวะหุ้นนิ่งได้นั้นผมคิดว่าเราต้องกลับมายังเป้าหมายการลงทุนของเรา ผมเชื่อว่าเราสามารถแบ่งเป้าหมายของนักลงทุนหลายๆคนออกเป็น 2 อย่างด้วยกันคือ

  1. เอาชนะตลาด
  2. สะสมหุ้น

ซึ่ง 2 เป้าหมายนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในทางจิตวิทยา เป้าหมายแรกคือการเอาชนะตลาด การกระทำก็จะกำหนดให้เราต้องสร้างผลตอบแทนให้ได้มากกว่าตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่านักลงทุนจะพยายามปรับกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะสามารถเอาชนะตลาดได้ แต่เป้าหมายอย่างที่สองคือการสะสมหุ้น นักลงทุนก็จะเน้นการสะสมหุ้นที่ดีโดยไม่สนใจสภาวะตลาดเท่าไหร่นัก เมื่อใดที่หุ้นมีผลประกอบการดีขึ้นแต่ราคายังนิ่ง นักลงทุนก็สามารถจะสะสมเพิ่มได้เพราะนักลงทุนไม่ได้สนใจการเอาชนะตลาดเท่าไหร่นัก ทำให้นักลงทุนสามารถโฟกัสไปกับผลประกอบการได้

จริงอยู่ที่นักลงทุนควรจะต้องสามารถเอาชนะตลาดได้จึงจะเหมาะสมที่ลงทุนด้วยตัวเองต่อไป คำว่าชนะตลาดสำหรับผมจำเป็นที่จะต้องวัดอย่างน้อยหลายปีขึ้นไป เราไม่สามารถวัดเพียงปีต่อปีได้ ถ้าหากอย่างน้อยเฉลี่ย 5 ปีเรามีผลตอบแทนที่มากกว่าตลาดก็หมายความว่าเราลงทุนเองได้ดีแล้ว แต่ถ้าปีใดปีหนึ่งเราแพ้ตลาดก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะหยุดลงทุนเองแล้วไปลงทุนกองทุนดัชนี จุดที่สำคัญคือเราไม่ได้ชนะตลาดเพราะเราต้องการเอาชนะตลาด แต่เราพยายามสะสมหุ้นที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดีและการชนะตลาดเป็นเพียงผลลัพธ์จากการเลือกหุ้นได้ถูกต้องเท่านั้น

ผมพอจะมีประสบการณ์ที่อยากแบ่งปันอยู่บ้าง ในช่วงแรกๆของการลงทุน ราคาหุ้นจะมีผลต่อพฤติกรรมของเราค่อนข้างมาก ในกรณีหุ้นที่ราคาไม่ไปไหนผมก็จะลังเลไม่ใช่น้อยเกี่ยวกับหุ้นนั้นโดยเฉพาะหากผลประกอบการดีขึ้นแต่ราคากลับไม่ปรับตัวตาม แต่สาเหตุหลักของความไม่แน่ใจเหล่านี้มีจากการโฟกัสราคามากเกินไปและยังไม่เข้าใจในธุรกิจดีพอ ทางแก้นั้นเรียบง่ายแต่ไม่ง่าย เราจะต้องคำนึงเสมอว่า "ในระยะสั้นราคาหุ้นจะเป็นไปตามความคิดเห็นของตลาด แต่ในระยะยาวแล้วราคาหุ้นจะเป็นเครื่องชั่งน้ำหนัก" หากผลประกอบการดีขึ้นแต่ราคาไม่ปรับตัวก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยปันผลที่เราจะได้ก็จะต้องมากขึ้นอย่างแน่นอน

ผมอยากจะให้ความสำคัญกับการสะสมหุ้นที่ดีมากกว่าหวังราคาหุ้นที่จะปรับตัว เพราะเป็นแนวทางที่เราสามารถคาดการณ์ได้มากกว่า ราคาหุ้นเป็นเพียงสิ่งตอบสนองความคิดเห็นของตลาดซึ่งผมคิดว่าเราไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้มากนัก สุดท้ายผมก็อยากที่จะย้ำประโยคเดิมเพราะมันสำคัญมาก "บริษัทที่ดีไม่ได้แปลว่าจะเป็นการลงทุนที่ดีหากเราซื้อมาในราคาแพงเกินไป"


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary