เข้าใจธุรกิจเสาเข็ม

เข้าใจธุรกิจเสาเข็ม

การก่อสร้างถือเป็นสิ่งพื้นฐานสำหรับการดำรงค์ชีวิตของมนุษย์ ธุรกิจที่เกี่ยวกับการก่อสร้างก็เป็นธุรกิจที่จะมีความต้องการอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะผ่านมากี่หมื่นปีก็ตาม แต่ธุรกิจก่อสร้างก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นธุรกิจที่ดีนัก เหตุผลสำคัญก็คือการแข่งขันทางด้านราคาอย่างดุเดือดทำให้หลายๆครั้งควบคุมต้นทุนไม่ได้ ถึงแม้จะมีรายได้มากแต่หักลบต้นทุนค่าแรงค่าวัตถุดิบแล้วก็อาจจะขาดทุนได้ง่ายๆ

แต่ถึงแม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมก่อสร้างจะดูมีกำไรที่ไม่แน่นอน แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นไปทุกธุรกิจในอุตสาหกรรม การก่อสร้างนั้นสามารถแยกออกเป็นหลากหลายส่วนธุรกิจย่อยๆ เช่น ผู้รับเหมา ผู้รับออกแบบวิศวะกรรม ผู้ก่อสร้างเสาเข็ม และอื่นๆอีกมาก แต่บทความนี้จะพามาเจาะลึกเกี่ยวกับธุรกิจเจาะเสาเข็มกันว่าทำไมจึงมีความน่าสนใจ

สิ่งก่อสร้างนั้นมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน มีตั้งแต่บ้าน ตึกแถว อาคารขนาดเล็ก อาคารขนาดใหญ่ โรงงาน ทางด่วนรถยนต์ ทางรถไฟฟ้ายกระดับ สนามบิน รถไฟฟ้าใต้ดิน อาคารสูง และอื่นๆอีกมาก และสิ่งที่สิ่งก่อสร้างเหล่านี้มีร่วมกันก็คือรากฐาน การก่อสร้างรากฐานถือว่ามีความสำคัญที่สุดสำหรับอาคาร เหตุผลก็เพราะรากฐานเป็นโครงสร้างที่ต้องเริ่มเป็นอย่างแรกก่อนที่จะสร้างอาคาร นอกจากนั้นยังเป็นส่วนที่ต้องแบกรับน้ำหนักอาคารไว้ทั้งหมด จำเป็นที่จะต้องมีความแข็งแกร่งความทนทานไม่ให้ตัวอาคารทรุดลงได้

การก่อสร้างรากฐานมีด้วยกัน 2 รูปแบบหลักๆคือแบบลึกและแบบตื้น ซึ่งทั้งสองต่างก็มีข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับประเภทอาคารและสภาพที่ดินในบริเวณก่อสร้าง น่าจะเดากันได้อยู่แล้วว่าแบบลึกก็จะมีความแข็งแรงมากกว่าแบบตื้น แต่ก็มาพร้อมกับราคาที่แพงกว่า ดังนั้นจึงไม่มีประเภทใดสามารถทดแทนกันได้อย่างถาวร ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละอาคาร

รากฐานแบบตื้นนั้นมีข้อจำกัดด้านขนาดของอาคารพอสมควร ดังนั้นจึงนิยมใช้กับสิ่งก่อสร้างที่ไม่สูงมากนักและสำคัญอย่างยิ่งคือสภาพของดินจะต้องแข็งและไม่มีการยุบตัว ส่วนรากฐานแบบลึกนั้นจะนิยมใช้การสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงและต้องรับน้ำหนักได้ดี การก่อสร้างก็จะต้องขุดดินลึกมากขึ้นและมีการฝังเสาเข็มลงเพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคง ลองนึกภาพว่าหากเรานำแท่งเหล็กมาเจาะลงดินลึกลงไป คงเป็นการยากที่จะทำให้แท่งเหล็กนั้นล้มลง

วิศวกรรมเสาเข็มในปัจจุบันมีด้วยกัน 2 รูปแบบ จุดประสงค์ของทั้งสองรูปแบบก็คือการวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่อาคาร แต่ก็มีข้อดีข้อเสียของเสาเข็มแต่ละประเภท

  1. เสาเข็มตอก
  2. เสาเข็มเจาะ

เสาเข็มตอกเป็นเสาเข็มที่มีการขึ้นรูปเสาเข็มมาก่อนหน้าที่จะตอกลงไปยังไซต์ก่อสร้าง ดังนั้นข้อดีก็คือการประหยัดต้นทุน เพราะเสาแต่ละต้นก็จะมีกระบวนการผลิตค่อนข้างตายตัว เมื่อขึ้นรูปเสร็จแล้วก็จะต้องขนส่งมายังไซต์ก่อสร้าง ส่วนนี้บริษัทใดที่มีโรงงานใกล้ไซต์ก่อสร้างก็จะได้เปรียบต้นทุนการขนส่ง เมื่อขนส่งมายังไซต์ก่อสร้างก็จะต้องมีเครื่องตอกเสาลงไปในดิน แต่ข้อควรระวังคือเนื่องจากการตอกจะไม่ได้ขุดดินออกก่อน ดังนั้นการตอกเสาลงทุนให้ดินมีการอัดตัวจะส่งผลออกไปยังดินบริเวณรอบๆด้วย หากมีอาคารบริเวณรอบก็จะเกิดความเสียหายได้ สรุปคือข้อดีก็คือมีต้นทุนที่ถูกและมีความสะดวกในการก่อสร้าง แต่ก็ไม่ได้สามารถใช้ได้กับทุกสิ่งก่อสร้างเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการรับน้ำหนักของอาคารที่น้อยกว่าและไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้หากมีสิ่งก่อสร้างบริเวณรอบๆ

เสาเข็มเจาะมีความแตกต่างออกไป การก่อสร้างจะต้องมีเครื่องมือในการขุดดินและขึ้นรูปเสา การก่อสร้างก็จะต้องขุดดินและลงเสาที่ไซต์ก่อสร้างเท่านั้น ไม่สามารถขึ้นรูปเสาก่อนได้เหมือนเสาเข็มตอก ดังนั้นจึงมีความยุ่งยากกว่าพอสมควรทำให้ต้นทุนก็จะแพงกว่าเสาเข็มตอก แต่ข้อดีคือมีความแข็งแรกมาก สามารถออกแบบให้ตรงตามลักษณะของแต่ละอาคารได้ นอกจากนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อสิ่งก่อสร้างบริเวณรอบๆอีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเสาเข็มเจาะจะเหมาะกับสิ่งก่อสร้างในเมืองมากกว่า

ธุรกิจเสาเข็มเป็นธุรกิจที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าธุรกิจก่อสร้างอื่นๆในแง่ของการรับรายได้ งานรากฐานเป็นงานก่อสร้างแรกก่อนที่จะก่อสร้างอาคารได้ ดังนั้นจึงเป็นหน่วยงานแรกที่จะต้องเข้ามีรับงานและก่อสร้างก่อน ส่ิงที่ตามมาคือบริษัทก็จะได้รับเงินค่าจ้างก่อนหน่วยก่อสร้างอื่นๆ และระยะเวลากับรับค่าจ้างก็จะใช้เวลาไม่นานเนื่องจากหากผู้รับเหมาจ่ายช้าก็จะส่งผลให้หน่วยงานอื่นไม่มีความเชื่อมั่น ต่อมาคือธุรกิจเสาเข็มมีระยะเวลาก่อสร้างที่สั้นประมาณ 3 - 4 เดือนเท่านั้นทำให้ Backlog จะไม่สูงเหมือนผู้รับเหมา แต่จะอาศัยการหมุนงานที่ไวกว่า นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่โครงการจะเกิดความล่าช้าเพราะปัจจัยต่างๆน้อยกว่า

เสาเข็มถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากสำหรับอาคาร บริษัทที่จะสามารถแข่งขันได้จึงต้องมีความน่าเชื่อถือสูง ความเชี่ยวชาญของแรงงานและผู้บริหารก็เป็นสิ่งสำคัญ แรงงานที่มีฝีมือก็จะสามารถรับมือกับปัญหาหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โอกาสที่งานจะเกิดความล่าช้าก็น้อยลง แต่สิ่งที่สำคัญคือจะต้องไม่เคยมีประวัติความผิดพลาดเกิดขึ้น เพราะหากเป็นเช่นนั้นบริษัทก็คงจะไม่ค่อยอยากมีคนจ้าง...


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

"จงลงทุนในขอบเขตความสามารถของคุณ" วอเร็น บัฟเฟตต์ เมื่อนึกถึงเหตุผลที่ผลตอบแทนการลงทุนไม่ได้เป็นไปตามเป้า…