ถ้ามีเงินล้านจะทำอะไร?

ถ้ามีเงินล้านจะทำอะไร?

ถ้ามีเงินล้านจะทำอะไร? น่าจะเป็นคำถามที่ถูกถามกันมากที่สุดคำถามหนึ่งบนโลกนี้ แต่คำถามเดียวกันนี้ก็เป็นตัววัดที่ดีว่าใครจะมีโอกาสได้เงินล้านหรือไม่ ผมสามารถเดาได้เลยจากคำตอบของแต่ละคนว่าอนาคตของคนเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร

คำตอบประเภทแรกก็คือนำไปใช้หนี้ คนประเภทนี้ผมคิดว่าดีพอสมควรเพราะถึงแม้จะไม่ได้นำเงินไปทำประโยชน์มากนัก แต่อย่างน้อยก็ไม่ก่อภาระให้ตัวเองขึ้นมา การใช้หนี้เป็นสิ่งที่ดีเพราะหากเราสามารถลดหนี้สินได้ แปลว่าเราจะมีกำลังซื้อมากขึ้น นั้นหมายถึงชีวิตความเป็นอยู่เราจะดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีรายได้มากขึ้นเลย หากเรารู้จักพลังของดอกเบี้ยทบต้นเราจะรู้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปมันจะทวีคูณขึ้นมหาศาล หนี้สินก็เช่นกัน หากเราปล่อยให้หนี้สินทบไปเรื่อยๆ จากดอกเบี้ยที่เราควรจะจ่ายแค่หลักหมื่นมันอาจจะทบต้นกลายเป็นหลักแสนได้อย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่รู้ตัว

แต่สิ่งที่ควรระมัดระวังคือการไม่ก่อหนี้ในวันข้างหน้า เพราะต่อให้เราสามารถใช้หนี้ได้หมดแล้ว แต่หากขาดวินัยและก่อหนี้ขึ้นมาใหม่ก็จะเป็นปัญหาอีกเช่นเคย คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีโอกาสจับเงินล้านเท่าไหร่นัก เราจะเสียเวลาไปกับการวนเวียนการก่อหนี้และใช้หนี้มากกว่าการที่จะนำเงินไปต่อยอดให้งอกเงย

คำตอบประเภทที่สองคือนำไปซื้อความสุข ความสุขที่ว่านี้ก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น บางคนอาจจะชอบท่องเที่ยว บางคนอาจจะชอบของแบรนด์เนม บางคนอาจจะชอบตกแต่งบ้าน หรือบางคนอาจจะนำไปซื้อรถยนต์คันใหม่ คนประเภทนี้เรียกว่า Spender มักจะเป็นเหยื่อหลักของนักการตลาด ความสุขของคนกลุ่มนี้คือการใช้เงินไม่ใช่การสร้างเงิน เหตุผลก็อาจจะมาจากหลายสาเหตุแต่ผมคิดว่าเป็นไปได้มากที่สุดคือเพราะงานที่ทำไม่ได้ให้ความสุขนั้นเอง เมื่อไม่มีความสุขกับการทำงานจึงพยายามทำงานเพื่อนำเงินมาซื้อความสุข

ที่ควรจะระวังคือหากเราไม่วางแผนการเงินให้ได้ ในวันที่เรามีแรงทำมาหากินเราอาจจะไม่พบความลำบากมากนักในการหารายได้มาใช้จ่าย แต่หากมันกลายนิสัยแล้ว เราก็อาจจะพบกับความยากลำบากในวันที่เราไม่มีแรงทำมาหากิน คนประเภทนี้อาจจะสามารถมีเงินล้านได้จากการมีรายได้สูง แต่อุปสรรคก็คือเมื่อมีเงินถึงระดับหนึ่งก็มักพ่ายแพ้ต่อความต้องการใช้เงิน

คำตอบประเภทที่สามคือเก็บเงิน คนกลุ่มนี้จะมีอนาคตที่ดีกว่าสองกลุ่มแรก เหตุผลก็เพราะคนกลุ่มนี้มักใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและพยายามมองถึงอนาคตเสมอ การใช้จ่ายที่ต่ำกว่าฐานะของตนเองถือเป็นจุดสำคัญสำหรับคนกลุ่มนี้ ของใช้ภายในบ้านต่างๆเขาก็มักจะใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด เราอาจจะสังเกตุได้ง่ายที่สุดจากหลอดยาสีฟัน คนกลุ่มนี้จะใช้จนหยดสุดท้ายบีบด้วยด้ามแปรงสีฟันจนไม่เหลืออะไรจึงค่อยทิ้ง

โอกาสที่คนประเภทนี้จะมีเงินล้านนั้นมีสูง ถึงแม้จะมีรายได้มากขึ้นแต่ก็ยังออมเงินมากขึ้นตามรายได้เช่นเดียวกัน หากเราเป็นคนกลุ่มนี้เราก็ไม่ต้องกลัวว่าอนาคตเราจะลำบาก แต่สิ่งที่เราควรจะวังมากที่สุดไม่ใช่การใช้จ่ายของเรา แต่เป็นเงินเฟ้อ และที่น่าคิดมากที่สุดคือเรื่องของค่ารักษาพยาบาลของเราในวันที่ไม่มีรายได้

คำตอบประเภทที่สี่คือนำเงินไปลงทุน การลงทุนในที่นี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะการลงทุนในหุ้นหรือธุรกิจ เพราะทั้งหมดนั้นต่างก็คือการลงทุนที่เราต้องการทำให้เงินต้นงอกเงยขึ้นมา คนกลุ่มนี้มักจะยอมลำบากก่อนสบายโดยการไม่ซื้อความสุขเร็วเกินไปและจะยอมซื้อความสุขก็ต่อเมื่อมีความมั่งคั่งเกินความเพียงพอ เราคงไม่ต้องสงสัยว่าอนาคตของคนกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร

คนประเภทนี้สามารถมีเงินล้านได้ไม่ยาก เพราะแนวโน้มนั้นไม่เพียงจะสามารถมีเงินล้านได้เท่านั้นแต่จะสามารถขึ้นไปถึงหลักสิบล้านได้แน่นอน แต่ที่ควรระวังมากที่สุดไม่ใช่เรื่องการจับเงินล้าน แต่เป็นเรื่องของการลงทุนโดยเหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตัวเองจะรับได้และศึกษาให้ดีก่อนการลงทุนทุกครั้ง

...

แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่สำคัญว่าหากเรามีเงินล้านแล้วเราจะนำไปทำอะไร สิ่งที่สำคัญกว่าคือการตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรถึงจะมีเงินล้าน" เพราะการตั้งคำถามจะเปิดทางไปถึงวิธีการที่จะทำให้เรามีเงินล้านจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น ไม่ว่าจะมีเงินมากขนาดไหนก็ตามบางสิ่งบางอย่างก็ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน และเราควรจะรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ให้ดี...


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary