มองไกลกว่ารวยกว่า

มองไกลกว่ารวยกว่า

เราอาจจะสังเกตุว่าผู้ที่สามารถร่ำรวยขึ้นมาได้ (ไม่นับคนที่ได้รับมรดก) ต่างก็ต้องสร้างสิ่งที่มีประโยชน์กับผู้คนจำนวนมาก ยิ่งเราสามารถใช้ความสามารถของเราให้มีผลประโยชน์แก่คนจำนวนมากเท่าไหร่ ดูเหมือนเม็ดเงินน่าจะมีโอกาสไหลเข้ามาหาเราได้เท่านั้น แต่ทำไมเขาเหล่านั้นจึงสามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้? อาจจะเพราะเขามองไกลกว่าคนธรรมดา

Elon Musk น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่ควรพูดถึงหากพูดถึงเรื่องนี้ เขาเป็นผู้สร้างให้ EV (Electric Vehicle) สามารถขึ้นมาเป็นรูปธรรมได้ อีกทั้งยังมองไปถึงการเดินทางในอุโมง (Hyper loop) การเดินทางข้ามทวีปภายใน 20 นาที และสุดท้ายคือการส่งผู้คนไปอาศัยอยู่ดาวอังคาร ซึ่งทั้งหมดนี้ผมเชื่อว่ามีคนที่คิดไว้มามากมาย เพียงแต่ Elon Musk น่าจะเป็นคนแรกที่ทำให้เกิดขึ้นได้จริง

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันเลือกประกอบอาชีพเป็นพนักงานประจำ จึงน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะพูดถึง การมองไกลสำหรับพนักงานประจำนั้น หากพูดถึงชีวิตส่วนตัวนอกเหนือจากงานประจำ คนที่มองไกลกว่าอาจจะนำเงินไปออมเพื่ออนาคตหรือมากไปกว่านั้นก็อาจจะนำเงินไปลงทุนด้วย มองไกลกว่าในที่นี้ก็คือการมองไปถึงอนาคตหากไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ถ้าเราไม่นำเงินมาทำให้งอกเงย เมื่อถึงวัยที่เราไม่สามารถทำงานได้เราอาจจะลำบากเพราะไม่มีรายได้ทางอื่น แตกต่างจากคนที่มองเพียงระยะสั้น คนกลุ่มนี้ก็อาจจะทำงานไปวันๆหรือใช้จ่ายเพื่อความสนุกไปวันๆโดยไม่ได้วางแผนอะไรมากนัก สิ่งที่ต้องระวังคือเราอาจจะเพลิดเพลินและรู้ตัวช้าเกินไป หากเป็นเช่นนี้อนาคตของเราก็มีแนวโน้มจะลำบาก

ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆอีกเรื่อง เราทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าระบบมือถือนั้นมี 2 รูปแบบคือ แบบเติมเงิน และแบบรายเดือน โดยส่วนใหญ่แล้วบริการแบบรายเดือนควรจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนถูกกว่าแบบเติมเงินหากเราใช้ในปริมาณที่เท่ากัน (ในกรณีที่เราเลือก Package ที่เหมาะสมกับการใช้งาน) หากเรายอมที่จะจ่ายค่าบริการแบบรายเดือนเราอาจจะต้องเสียเป็นเงินก้อนอย่างน้อยก็ตกเดือนละ 500 บาท แต่เมื่อเฉลี่ยออกมาเป็นรายวันแล้วก็ยังถูกกว่าเติมเงินใช้เป็นรายวัน แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่ไม่สามารถมองภาพถึงขนาดรายเดือนได้ โดยเลือกที่จะเติมเงินแบบรายวันมากกว่าที่จะจ่ายเงินก้อนรายเดือน หลักฐานที่ชัดเจนคือการเติบโตของตู้เติมเงินอย่างบุญเติม (FSMART) ที่มีลูกค้าหลักคือรายย่อยกลุ่ม Mass ซึ่งน่าสนใจที่คนกลุ่มนี้เลือกที่จะใช้บริการบุญเติมทั้งๆที่ยังมีค่าบริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่ามือถืออีกด้วย เช่น หากใช้บริการ 1 ครั้ง เราจะต้องเสียค่าบริการ 5 บาทให้กับตู้บุญเติมเพิ่มเติมจากค่าบริการมือถือ แต่ก็อาจจะมีข้อยกเว้นบ้างเช่น หากเราไม่ค่อยได้ใช้งาน บางครั้งการใช้บริการแบบเติมเงินก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

การลงทุนในตัวเองก็เป็นอีกตัวอย่างที่สำคัญ วอเร็น บัฟเฟตต์ บอกเสมอว่าการลงทุนที่ดีที่สุดไม่ใช่การลงทุนในหุ้นแต่เป็นการลงทุนในตัวเอง คนที่มองไกลกว่าก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่าการลงทุนในตัวเองแม้จะยังไม่ให้ผลตอบแทนในวันนี้ แต่ในอนาคตนั้นมันจะให้ผลตอบแทนแบบทบต้น การศึกษาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเรียนจบปริญญาเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการศึกษาในโลกแห่งความจริงอีกด้วย ผมเชื่อว่าบางคนเรียนจบปริญญาแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีศึกษาอะไรเพิ่มขึ้นก็มีอีกมาก แตกต่างจากคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งจะพัฒนาตัวเองตลอดเวลาแม้จะไม่ได้จบปริญญาก็ตาม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือปัจจุบันเวียดนามได้กลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลกเรียบร้อยโดยเฉพาะสินค้าจากเกาหลี ที่น่าสนใจคือมีชาวเวียดนามจำนวนมากที่ทุ่มเทถึงขนาดเรียนภาษาเกาหลีเพราะจะได้ติดต่องานได้ง่ายมากขึ้น แต่หากกลับมาดูประเทศไทยที่เป็นฐานการผลิตของญี่ปุ่นมานาน ภาษาญี่ปุ่นก็ยังไม่ค่อยมีใครเรียนมากนัก

สำหรับการลงทุนนั้นก็เช่นกัน นักลงทุนที่เข้าตลาดมาแบบมองไกลๆก็มักจะอยู่รอดในตลาดหุ้นลงสร้างความมั่งคั่งไปได้อย่างยาวนาน การเข้าใจหลักการดอกเบี้ยทบต้นและสะสมผลตอบแทนไปเรื่อยๆนั้นเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างความมั่งคั่งเราได้สูงในระยะยาว นักลงทุนกลุ่มนี้จะไม่ไปลงทุนในหุ้นปั่นเพื่อหวังรวยเร็ว ต่างจากนักลงทุนที่หวังรวยเร็วจากหุ้นก็มักจะไปลงทุนในหุ้นปั่นและมักจะจบลงด้วยการขาดทุน ผมเชื่อว่าการมองไกลในตลาดหุ้นจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าการมองเพียงสั้นๆเท่านั้น

จากตัวอย่างที่ยกมา ผมเชื่อว่าน่าจะเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าการมองไกลนั้นสำคัญต่อความมั่งคั่ง ปัจจัยที่จะสามารถมองไกลได้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับสังคมและความสามารถของแต่ละคน แต่สุดท้ายแล้วเราก็ไม่ควรยึดมั่นกับอนาคตมากเกินไป สิ่งที่ควรระวังคือเราอาจจะไม่มีความสุขในปัจจุบันหากเราคิดถึงแต่อนาคต


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

นักลงทุนจำนวนมากคงเคยผ่านช่วงเวลาความไม่สบายใจเวลาถือหุ้น ไม่ว่าจะเป็นนักเทรดหรือการลงทุนระยะยาวก็ตามต่างก็ต้…