ศึกลีสซิ่ง MTLS vs SAWAD

ศึกลีสซิ่ง MTLS vs SAWAD

หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่า MTLS และ SAWAD เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจอะไร

แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ก็จะอธิบายคร่าวๆได้ว่าทั้งสองบริษัทดำเนินธุรกิจปปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน

บริษัท เมืองไทยลีสซิ่ง หรือ MTLS ถนัดปล่อยสินเชื่อให้มอเตอร์ไซต์

ส่วนบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอปอเรชั่น หรือ SAWAD ถนัดปล่อยสินเชื่อรถยนต์มากกว่า

ตอนนี้ทั้งสองบริษัทเป็นหุ้นฮอตแห่งตลาดหุ้นไทย ปัจจุบันถูกเทรดที่ PE สูงมากกว่า Bank ขนาดเล็กเสียอีก

ปัจจุบันแต่ละบริษัทมีสาขาทั่วประเทศไทยเกินกว่า 2,000 สาขา และถ้ารวมกันก็น่าจะมีมากกว่า 4,000 สาขา

MTLS เทรดกันที่ PE สูงกว่า น่าจะเกิดจากเพราะมีการเติบโตสูงกว่าปีละ 50% มาหลายปี ประกอบกับ NPL ไม่เกิน 2% เท่านั้น

ซึ่ง NPL ต่ำขนาดนี้ผมคิดว่ามันแปลกๆเนื่องจากปกติส่วนใหญ่จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ราวๆ 3% - 4%

ผมไม่แน่ใจว่ามาตรฐานบัญชีของ MTLS ทำอย่างไร และถ้ามาตรฐานบัญชีใหม่ออกมาอาจจะทำให้ NPL สูงขึ้นหรือเปล่า

ส่วน SAWAD เทรดกันที่ PE ต่ำกว่า (แต่ยังถือว่าสูงกว่าตลาดพอสมควร) เนื่องจากมีการเติบโตที่ต่ำกว่า ไม่เกิน 40% ต่อปี และมี NPL ที่สูงกว่า อยู่ที่ราวๆ 4%

สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดสำหรับผมตอนนี้อาจจะไม่ได้น่าสนใจสำหรับนักลงทุนทั่วไป

นักลงทุนส่วนใหญ่อาจจะดูว่าอะไรโตสูงก็ไปลงทุนบริษัทนั้น ซึ่งผมก็เห็นด้วยบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวกับการเงิน

ผู้บริหาร MTLS หากใครมีโอกาสได้ฟังหลายๆครั้งก็จะพบว่ามีความ Aggressive มาก ตั้งเป้าสูงและไปให้ถึง โดยเฉพาะเวลามีคนถามว่าจะโตเท่าไหร่ ผู้บริหารมักจะตอบว่า "ปีนี้ผมจะโตไม่ต่ำกว่า 50%!"

แต่ถึงจะ aggressive มากกว่า แต่ก็ไม่ได้สุดโต่งเกินไป หลักฐานที่ชัดคือหากทำได้ถึงเป้าในแต่ละปีแล้วก็ไม่ได้ขยับเป้าขึ้น

ส่วนผู้บริหารของ SAWAD ผมไม่เคยได้ยินตั้งเป้าสูงๆเลย ออกแนว Conservative มากกว่า เวลามีคนถามจะโตเท่าไหร่ ผู้บริหารก็จะตอบมาว่า "เราจะพยายามเติบโตแบบที่เราเคยตั้งเป้ามา 20% - 30%"

หลักฐานที่ชัดอีกอย่างหนึ่งของ Sawad ที่มีความอนุรักษ์นิยมมากกว่าคือการซื้อ BFIT ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการเงินลดลงและยังช่วยในการเติบโต มากกว่าที่จะพยายามขยายสินเชื่อเพียงอย่างเดียว

แต่ความต่างของผู้บริหารก็ไม่น่าแปลก เพราะเมื่อดูจากอายุแล้ว ผู้บริหารของ MTLS นั้นก็แก่กว่าผู้บริหารของ SAWAD มากกว่า 20 ปี ทำให้ทักษะการพูดหรือความเก๋าของ SAWAD คงสู้ไม่ได้

สุดท้ายคือไม่ได้จะบอกว่าบริษัทไหนดีไม่ดี แต่ผมเพียงอยากให้สังเกตุผู้บริหารของทั้งสองบริษัท เพราะมีความแตกต่างกันอย่างมาก นักลงทุนชอบแบบไหนก็น่าจะไปทางนั้น

ส่วนตัวผมเองก็


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary