ไม่แข่งกับตลาด แต่แข่งกับตัวเอง

ไม่แข่งกับตลาด แต่แข่งกับตัวเอง

"ถ้าวันนี้เรามีกำไร แต่คนอื่นมีกำไรมากกว่าเราก็ทุกข์"
"ถ้าวันนี้เรามีกำไร แต่เราอยากทำได้มากกว่าเดิมเราก็ทุกข์"
"ถ้าวันนี้เรามีกำไร แต่เราแพ้ตลาดเราก็ทุกข์"

ทั้งหมดที่พูดมาเรามีกำไรทั้งสิ้น แต่คำถามคือทำไมเราทุกข์? คำตอบที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ ตัวเรานี่เองที่ไม่มีความรู้จักพอ

ไม่ว่าเราจะมีผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นเลิศเท่าใด แต่หากเราไม่รู้จักตัวเอง เราจะคอยเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนของเรากับผู้อื่นอยู่เสมอ และการเปรียบเทียบนั้นมักจะไม่มีจุดจบ

เซียนหลายๆท่านในไทยหรือรวมถึงบุคคลระดับโลกต่างก็ไม่เคยสอนให้เราเปรียบเทียบผลตอบแทนของเรากับใคร แต่เรากลับนำนิสัยชอบเปรียบเทียบเข้ามาสู่โลกการลงทุน

โดยธรรมชาติแล้ว พฤติกรรมหรือสัญชาติญานของมนุษย์ล้วนมีผลร้ายต่อการลงทุนมากกว่าผลดีเสมอ และการเปรียบเทียบก็เป็นหนึ่งในนิสัยเหล่านั้น

ในฐานะที่เราเป็นรายย่อย เราจะมีความได้เปรียบรายใหญ่และผู้จัดการกองทุนอยู่บ้าง และหนึ่งในนั้นก็คือการเป็นอิสระทางความคิดและการกระทำ

หากวันนี้ผมลงทุนแล้วแพ้ตลาดหรือพลาดเป้า จะไม่มีใครมาไล่ผมออกจากตำแหน่งการลงทุน แต่ถ้าวันนี้ผู้จัดการกองทุนพลาดเป้า ทำผลงานได้ไม่ดี ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผู้จัดการกองทุนคนนั้น

ดังนั้นผมไม่จำเป็นที่จะต้องเอาชนะตลาดอยู่เสมอ และนั้นเป็นสิ่งที่กำหนดให้การกระทำของผมสามารถเป็นอิสระมากขึ้นได้ ซึ่งต่างจากผู้จัดการกองทุน

การแข่งกับตลาดเป็นเหมือนภาพลวงตาอีกอย่างหนึ่ง คือมันจะทำให้เราพยายามเพิ่มความเสี่ยงของการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อที่จะเอาชนะตลาดอย่างสม่ำเสมอ

บางครั้งก็ต้องคาดการณ์ทิศทางตลาด หากคาดว่าตลาดจะลงก็จะถือเงินสดมากขึ้น หรือหากมั่นใจว่าตลาดจะขึ้นก็จะนำไปซื้อหุ้นมากขึ้น

แต่การพยายามคาดทิศทางของตลาดก็อาจจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี เพราะการถือเงินสดในจำนวนมากจะทำให้เราเสียโอกาสหากตลาดกลายเป็นกระทิง

การชนะตลาดได้ เป็นเพียงผลลัพธ์จากการลงทุนโดยมีหลักการที่ดีเป็นต้นเหตุ แต่การตั้งเป้าหมายชนะตลาดอาจจะไม่ใช่เป็นต้นเหตุที่จะทำให้เราสามารถเอาชนะตลาดได้

ดังนั้นสำหรับนักลงทุนทั่วไปควรจะพยายามโฟกัสไปยังการค้นหาบริษัทที่มีศักยภาพที่ดีและลงทุนในราคาที่ไม่แพงเกินไป

เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ นักลงทุนควรกลับมาทำความรู้จักตัวเองให้ดีก่อนลงทุน เราควรจะรู้ว่าเราต้องการอะไรจากการลงทุน แล้วให้เรายึดมั่นอยู่กับสิ่งนั้น

ในช่วงแรกๆหรือในบางครั้งผลตอบแทนเราอาจจะไม่ดีมากนัก แต่นั่นก็ไม่เป็นไรตราบใดที่เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น

เพราะการลงทุนนั้นเปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอน เราไม่จำเป็นจะต้องชนะตลอดเวลา เพียงแต่เรารู้ตัวเองและวิ่งไปหน้าข้างเรื่อยๆ สักวันจะเป็นของเรา


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary