สรุปหุ้น TOA อนาคตจะไปทางไหน

สรุปหุ้น TOA อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสีและสารเคลือบผิว ลูกค้าคือผู้ใช้งานทั่วไป แบ่งผลิตภัณฑ์เป็น 2 ส่วนคือ

  1. ผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร
  2. สีและสารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น สำหรับงานไม้ เคมีก่อสร้าง สีที่มีความทนทานสูง ฮาร์ดแวร์

รายได้รวม 2557 - 16,736
2558 - 17,035
2559 - 16,528
3Q2560 - 11,457

กำไร 2557 - 1,321 (7.9%)
2558 - 2,116 (12.4%)
2559 - 2,506 (15.2%)
3Q2560 - 1,243 (9.1%)

บริษัทในไทยยังไม่มีบริษัทสีอื่นๆให้เปรียบเทียบในตลาดหลักทรัพย์

จุดแข็ง ประวัติศาสตร์ยาวนาน มีคุณภาพ พัฒนานวัตกรรมตลอดเวลา มีช่องทางการจัดจำหน่ายคลอบคลุมทั่วประเทศ, มี product line ครบ

ลูกค้ากลุ่มหลักคือบนและกลางค่อนข้างแข็งแกร่ง ส่วนระดับล่างก็มีแต่แข็งแรงน้อยลงมา

ทำไมต้องใช้ TOA? แบรนด์คุ้นหู คุณภาพดี

การใช้สีจริงๆแล้วคนเราจะมีโอกาสใช้สีไม่กี่ครั้ง แต่ TOA เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนนึกถึง

TOA เป็นแบรนด์ครอง market share มายาวนาน 30 ปี การแข่งขันมีบ้างจากผู้เล่นจาก ตปท แต่ก็ยังสู้ไม่ได้ ปัจจุบันในไทยมี market share ของสีทาอาคาร 50% และสีเคลือบผิว ราวๆ 28%

การใช้สีโตปีละ 5% แต่บริษัทจะขยายโดยการปรับ product mix ให้เป็น premium มากขึ้น

บริษัทมีแนวทางขยายธุรกิจไปตปท. ด้วย เช่น พม่า ลาว มาเล เวียดนาม อินโดนีเซีย (เปิดโรงงานปี 2561)

การไปต่างประเทศจะไปลงทุน 100% แต่บางครั้งอาจจะต้องมี ผู้ถือหุ้นท่องถิ่นบ้าง

ปัจจุบันกำลังผลิตทั้งหมด 88 ล้านแกลลอน และจะเพิ่มอีก 14 ล้านแกลลอนในต่างประเทศ

สัดส่วนรายได้ในประเทศ 87% ตปท 13% อนาคตลงทุนกำลังผลิตในต่างประเทศมาขึ้น จะทำให้สัดส่วนเป็นกำลังผลิตเป็นในประเทศ 72% ตปท 28% และคาดว่ายอดขายจะสอดคล้องกัน

ผบห คาดว่าในประเทศยอดขายอาจจะโตได้มากกว่า 5% และต่างประเทศจะโตให้มากกว่า 8% ซึ่งจะต้องติดตามดูต่อไป

marketshare ของบริษัทในเวียดนามเป็นอันดับ 3 อยู่ที่ประมาณ 10%
แต่อันดับ 1 มีเพียง marketshare เพียง 23% เท่านั้น ส่วนอันดับ 2 มี 18% ทำให้ตลาดในเวียดนามยังไม่มีผู้เล่นไหนครองตลาดได้

จับตาดูการเพิ่มกำลังผลิตในอินโดนีเซีย น่าจะทำให้สัดส่วนยอดขายสีใน ตปท เยอะขึ้นจาก


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

JKN เป็นผู้จัดจำหน่าย content ที่มาจากทั่วโลก เข้ามาสู่เมืองไทย ตัวอย่างเช่น…