แม้จะลดดอกเบี้ย แต่ KTC ก็ไม่สน

แม้จะลดดอกเบี้ย แต่ KTC ก็ไม่สน

เมื่อ 1 กันยายน 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศจะควบคุมบัตรอัตราดอกเบี้ยของเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยดอกเบี้ยจะลดลงจาก 20% เหลือ 18% เท่านั้น

รายละเอียดคือ - คนที่เงินเดือนไม่เกิน 3 หมื่นบาทสามารถที่จะกู้ได้ไม่เกิน 1.5 เท่า 3 หมื่น - 5 หมื่น ได้ไม่เกิน 3 เท่า จากเดิมที่กำหนดว่าให้กู้ได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้

ซึ่งจากการคาดการณ์ของทางบริษัท คิดว่าการที่มีการปรับลดดอกเบี้ยลงน่าจะมีผลกระทบประมาณ 4% ของรายได้รวม และผู้บริหารก็ยังมั่นใจว่าจากมาตราการนี้จะไม่กระทบการเติบโตของบริษัท และได้เตรียมแผนการตลาดปีหน้าไว้แล้ว

  • Q3 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 13% YoY
  • Q3 กำไร 846 ลบ. เพิ่มขึ้น 8% QoQ แต่ 32% YoY
  • ปริมาณการใช้บัตรเครดิต +7.1% ในขณะที่ตลาด +4.2%
  • ลูกหนี้ขยายตัว 10% YoY บัตรเครดิต 44,000 ลบ. สินเชื่อ 24000 ลบ.
  • NPL ลดลงเหลือ 1.46% ซึ่งน้อยมาก ควบคุมดีเยี่ยม

นอกจากจะเติบโตดีเยี่ยมแล้ว บริษัทยังมีการตั้งสำรองเผื่อไว้มากถึง 565% ซึ่งถือว่าเกินความพอดีไปอย่างมาก

ใน 4Q2560 และปี 2561 จะท้าทายบริษัทอย่างมากว่าจะถูกผลกระทบหรือไม่จากการควบคุมดอกเบี้ย แต่เท่าที่ดูจาก 3Q2560 ยังไม่มีสัญญานเท่าไหร่

แต่หากมีผลกระทบจริง บริษัทก็ยังสามารถลดการตั้งสำรองลงได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และอาจจะทำให้บริษัทยังสามารถคงการเติบโตเอาไว้ได้

แต่โดยรวมแล้วถึงจะมีการควบคุมดอกเบี้ย บริษัทก็ยังมีอัตราการเติบโตของลูกค้าและการใช้บัตรที่ดีมาก การทำ promotion บัตรเครดิตของบริษัทดูเหมือนจะเด่นกว่าคู่แข่งอย่างมาก


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary