PCSGH - ราคาวิ่งดี กำไรเป็นอย่างไร?

PCSGH - ราคาวิ่งดี กำไรเป็นอย่างไร?

บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีนกรุ๊ปโฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน)

ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้น ในบริษัทอื่น(Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจําหน่ายชิ้นส่วน

ปัจจุบัน บริษัทฯ ลงทุนในหุ้นของบริษัทย่อยท่ีเป็นธุรกิจหลักทั้งหมด 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท พี.ซี.เอส. พรีซิชั่น เวิร์ค จํากัด (“PCW”) บริษัท พี.ซี.เอส. ได คําสติ้ง จํากัด (“PCD”) และบริษัท พี.ซี.เอส. ฟอร์จจิ้ง จํากัด (“PCF”)

PCW

เป็นผู้ผลิตช้ินส่วนประเภทที่ใช้ความแม่นยําสูง (Machining Products) ประเภทเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ และ ระบบบังคับรถ วัตถุดิบหลักคือเหล็ก

ลูกค้าหลัก

OEM Supplier Tier 1 - ผู้ผลิตและประกอบรถยนต์ เช่น Mitsubishi, GM Group, Isuzu Motors, Toyota Motors, Auto Alliance (Thailand), Triumph

OEM Supplier Tier 2 - ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อจําหน่ายให้ผู้ผลิตและประกอบรถยนต์ (OEM Supplier Tier 1) อีกทอดหนึ่ง เช่น Continental Automotive, GKN, Kayaba

กำลังการผลิต

2558 - 15,036,575 (73.83%)
2559 - 13,985,234 (72.66%)

PCF

เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนประเภทเหล็กแปรรูป (Forging Products) ส่วนใหญ่ขายให้ PCW นําไปใช้ต่อในการผลิต

PCF มีรํายได้จํากPCW เป็นสัดส่วนร้อยละ 92.08 ในปี 2559

กำลังผลิต

2558 - 5,940,744 (46.30%)
2559 - 5,962,666 (67.45%)

PCD

เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนประเภทอลูมิเนียมฉีดข้ึนรูป ซึ่งสํามํารถผลิตช้ินส่วน ขนาดใหญ่จําพวก Engine Crank Case, Engine Oil Pan, Engine Cover และ Case Housing

ลูกค้าหลัก

OEM Supplier Tier 1 - ผู้ผลิตและประกอบรถยนต์ เช่น Isuzu Motors, Auto Alliance (Thailand), Toyota Motors, Renault Cleon, Nissan, Ducati, Bernina

OEM Supplier Tier 2 - ผู้ผลิตช้ินส่วนยานยนต์เพื่อจําหน่ายให้ผู้ผลิตและประกอบรถยนต์ (OEM Supplier Tier 1) อีกทอดหนึ่ง เช่น PCW, Kayama

กำลังผลิต

2558 - 2,976,171 (55.50%)
2559 - 3,704,623 (75.53%)

รายได้

2557 - 4,094.77 ลบ.
2558 - 4,145.87 ลบ.
2559 - 3,742.05 ลบ.
3Q2560 - 2,999.76 ลบ.

กำไรสุทธิ

2557 - 717.21 ลบ. (17.52%)
2558 - 541.73 ลบ. (13.07%)
2559 - 382.08 ลบ. (10.21%)
3Q2560 - 482.18 ลบ. (16.07%)

ROE

2557 - 21.09%
2558 - 10.84%
2559 - 7.83%
3Q2560 - 12.91%

รายได้รวมของบริษัทค่อนข้างผันผวน และอาจจะไม่ค่อยเติบโตเท่าไหร่นัก สาเหตุก็มาจากการขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมยานยนต์ค่อนข้างมาก

ส่วนปี 2560 ปัจจุบัน 3Q มีรายได้อยู่ที่ 3,000 ลบ. แปลว่าจบปีอาจจะทำได้ถึง 4,000 ลบ. ได้ไม่ยาก และจะทำให้เติบโตจากปีก่อน

กำไรสุทธิค่อนข้างน่าสนใจ ในขณะที่บริษัทเป็นผู้ผลิต OEM แต่กลับสามารถทำอัตรากำไรได้สูงมากกว่า 10% (เกินกว่า 10% ในปีที่แย่สุด) อาจจะเพราะบริษัทผลิตชิ้นส่วนที่ค่อนข้างซับซ้อนและมีคุณภาพที่ดีก็เป็นได้ ดูจากการที่บริษัทเป็น supplier ให้กับผู้ผลิต Bigbike เช่น Triumph และ Ducati

ส่วนปี 2560 ไม่น่าจะยากนักหากบริษัทจะสามารถปิดงบได้เติบโตจากปีที่แล้ว แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือจะต่อเนื่องไปอีกนานกี่ปี

ปัจจัยที่ทำให้ปี 2560 บริษัทสามารถกลับมาเพิ่มอัตรากำไรสุทธิได้ก็มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิด economy of scale มากขึ้น ประกอบกับบริษัทลดต้นทุนลง

ที่น่าสนใจคือหากย้อนกลับไปดูช่วงปี 2010 - 2013 บริษัทสามารถมีอัตรากำไรสุทธิได้มากขึ้นเฉลี่ย 25% หากบริษัทสามารถเพิ่มยอดขายได้ถึงสักราวๆ 5,000 ลบ. ก็มีโอกาสที่บริษัทจะสามารถกลับไปมีอัตรากำไรสุทธิตรงนี้ได้

โดยรวมแล้ว บริษัทก็น่าสนใจในระยะกลาง 1 - 2 ปี ข้างหน้า หากเศรษฐกิจดีขึ้นทั่วโลก ทำให้การผลิตรถยนต์เติบโตขึ้น บริษัทก็จะได้อนิสงค์พอสมควร แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกันหากไม่เป็นไปตามนัด

แต่ในระยะยาวแล้วความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่งก็คือการที่ประเทศไทยมีต้นทุนการผลิตแพงขึ้น แนวโน้มที่ค่ายรถยนต์อาจจะย้ายฐานการผลิตไปเพื่อนบ้านก็มีสูงมาก


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

เมื่อ 1 กันยายน 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศจะควบคุมบัตรอัตราดอกเบี้ยของเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล…