สรุปงบ TCB 2Q2560

สรุปงบ TCB 2Q2560

บริษัททำอะไร?

TCB ดำเนินธุรกิจผงเขม่าดำ

ตอนแรกในปี 1978 มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 16,000 ตันต่อปี ปัจจุบันมีกำลังผลิต 240,000 ตันต่อปี

เขม่าดำที่บริษัทผลิตส่วนใหญ่นำไปใช้ผลิตยาง พลาสติกสี หมึกพิมพ์

บริษัทส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ ทั้งญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และอื่นๆ

แต่ถึงจะส่งออกไปหลากหลายประเทศ แต่สัดส่วนรายได้ในประเทศไทยอยู่ประมาณ 60%

ผงเขม่าดำคืออะไร?

ผงเขม่าดำเกิดจากกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งสามารถทำมาผสมกับยาง ทำให้กายภาพของยางดีขึ้น

ดังนั้นอุตสาหกรรมหลักของผงเขม่าดำนี้ก็จะอิงกับยางเป็นหลัก โดยเฉพาะยางรถยนต์

ส่วนกระบวนการผลิตก็จะมีน้ำมันมาเป็นส่วนเกี่ยวข้องด้วย ทำให้การขึ้นลงของราคาน้ำมันจึงมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต

ให้สรุปก็คือ ผงเขม่าดำ เป็น commodity ประเภทหนึ่ง ยิ่งบริษัทยางแข่งขันสูง TCB ยิ่งได้ผลประโยชน์

มาดูผลประกอบการ

  • ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 13.7% YoY
  • รายได้เติบโต 45% YoY ถือว่าสูงมาก แปลว่าราคาขายน่าจะได้สูงขึ้นเพราะรายได้โตเยอะกว่าปริมาณขาย
  • ต้นทุนขายโตขึ้น 35% YoY โตน้อยกว่ารายได้แปลว่า Margin เพิ่มขึ้นแน่นอน
  • GPM เพิ่มขึ้นจาก 17.7% เป็น 25.5% เพิ่มขึ้นสูงมาก ไม่แปลกใจเลยทำไมกำไรโตกระโดด
  • เงินปันผล/ดอกเบี้ยรับ/ส่วนแบ่งรายได้จากเงินลงทุน โตขึ้น 200% YoY ตรงนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโต
  • กำไรสุทธิเติบโตจาก 370 ลบ. เป็น 687 ลบ.
  • ถึงจะเป็นประเภท commodity แต่อัตรากำไรสุทธิก็สูงกว่า 30%

บริษัทเติบโตสูง แต่เหตุผลของการเติบโตคืออะไร?

ส่วนของทรัพย์สินรวมของบริษัทมีอยู่ประมาณ 19,000 ลบ. ถ้าเจาะลงไปดูจะพบว่าบริษัทมีเงินลงทุนระยะยาวอยู่ 5,000 กว่าล้านบาท ซึ่งส่วนนี้เป็นแรงสำคัญทำให้กำไรของบริษัทเติบโต

ส่วนทำไมขายผงเขม่ากำไรดี ก็น่าจะมีจากการเป็นขาขึ้นของราคาตลาด

ใครรู้อะไรเพิ่มเติมก็เสริมได้น่ะครับ คือผมก็สงสัยว่า ราคาน้ำมันกำลังขึ้นมาเยอะ ต้นทุนก็น่าจะแพงขึ้น แต่เปล่าเลย บริษัทกลับมี GPM ที่ดีขึ้นด้วยซ้ำ

เรื่องของราคาผงเขม่าสงสัยเหมือนกันว่าปัจจัยที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นมาจากอะไรบ้างช่วงนี้ แล้วอนาคตถ้าราคามันดี ก็น่าจะมีคนเข้ามาผลิตกันเยอะขึ้น

ราคาหุ้นปัจจุบัน

  • P/E (เท่า) 5.59
  • อัตราเงินปันผลตอบแทน (%)1.50
  • P/BV(เท่า) 1.04

เหมือนจะยังไม่แพง มี P/E เพียง 5 เท่า แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องระวังไว้ว่าหุ้นกลุ่ม commodity นั้นช่วงขาขึ้นจะมี PE ต่ำ เพราะรายได้จะเติบโตขึ้นเยอะผิดปกติ

ถึงแม้จะมี PE ต่ำ แต่อัตราปันผลก็น้อยมาก บริษัทนี้ไม่ค่อยปันผลออกมาเท่าไหร่ ถ้าไปดูอีกหุ้นหนึ่งของกลุ่ม Birla ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไทย ก็จะพบหุ้น TR ที่มี PE ต่ำแบบนี้เช่นกัน แต่แทบไม่ค่อยปันผลออกมาเลย


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary