BWG ขาลงจริงหรือจะกลับมา?

BWG ขาลงจริงหรือจะกลับมา?

บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด

บริษัทมีเป้าหมายคือบริการครบวงจรในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทนั้นบำบัดของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากอุตสาหกรรมทั้งอันตรายและไม่อันตราย แล้วนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน

ซึ่งธุรกิจบริการมีหลากหลาย

  • กลบของเสียที่ไม่เป็นอันตราย
  • ปรับเสถียรภาพและกลบของเสียที่เป็นอันตราย
  • บำบัดน้ำเสีย
  • ปรับปรุงคุณภาพของเสียเพื่อเป็นพลังงานทดแทน
  • คัดแยกและแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์

เห็นได้ว่าบริษัททำค่อนข้างครบวงจรมาก ทำให้เกิดการ Synergy กัน บริการแต่ละอันสามารถส่งเสริมบริษัทให้สามารถบริการได้ดีมากขึ้น และยังทำให้ต้นทุนนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บริษัทยังมีบริษัทย่อยในการดำเนินธุรกิจบริการอื่นๆอีก

  • ตัวกลางในด้านการตลาดและให้คำแนะนำ
  • ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
  • ขนส่งของเสียที่ไม่ใช้แล้ว
  • เผาทำลายของเสียและนำไปฝังกลบ

บริษัทย่อยก็สามารถสร้างรายได้ที่น่าพอใจ แต่บริการหลักๆที่เติบโตอย่างสำคัญก็คือ ปรับของเสียเพื่อนำไปใช้และเป็นพลังงานทดแทน อนาคตของธุรกิจนั้นก็ดูสดใสจากปัจจัยที่มีโครงการต่างๆจากภาครัฐขึ้นมามาก ทำให้มีแนวโน้มมีของเสียจากอุตสาหกรรมมากขึ้น

จุดเด่นของบริษัทก็คือการที่มีบริการครบวงจรทำให้เกิด Synergy บริษัทนั้นมีการให้ความรู้แก่โรงงานต่างๆให้เกิดการกลับมาใช้บริการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง การเข้ามาทำธุรกิจนี้จะต้องมีเงินทุนและมีมาตรฐานและตรงตามข้อกำหนดของหน่วยงานและกรมต่างๆ ซึ่งบริษัทมีตามที่กำหนด

การแข่งขันบริษัทก็จะเน้นไปทางด้านมาตรฐานให้เป็นระดับสากลและเน้นการบริการสำหรับภาคอุตสาหกรรม และทำการตลาดกับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆที่มีศักยภาพในการใช้บริการของบริษัท

3Q2560 และ 9M2560 กำไรตกลงค่อนข้างมาก

รายได้รวม

2556 - 1,350.92 ลบ.
2557 - 1,518.20 ลบ.
2558 - 1,694.66 ลบ.
2559 - 1,826.68 ลบ.
9M2560 - 1,480.34 ลบ.

กำไรสุทธิ

2556 - 163.20 ลบ. (12.08%)
2557 - 202.95 ลบ. (13.37%)
2558 - 308.70 ลบ. (18.22%)
2559 - 351.54 ลบ. (19.24%)
9M2560 - 183.96 ลบ. (12.43%)

เห็นได้ชัดว่าบริษัทจริงๆแล้วมีรายได้ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบัน 9M2560 ก็ดูมีแนวโน้มที่รายได้น่าจะเติบโตขึ้นจากปีก่อนได้เช่นกัน

แล้วทำไมกำไรลดฮวบ?

สาเหตุหลักมาจากการรักษา GPM เอาไว้ไม่ได้ ตกลงจาก 44% ในปี 2559 เป็น 38% ในปี 2560

"""

ต้นทุนจากการให้บริการกําจัดกากอุตสาหกรรม มีค่าใช้จ่ายผันแปรที่สําคัญคือ ค่าหลุมฝังกลบตัดจ่าย ค่าเชื้อเพลิงเพื่อ ใช้ในการเผาไหม้และเพื่อใช้ในการขนส่ง ค่าพาหนะเพื่อการขนส่ง ค่าผลประโยชน์ตอบแทนกรมโรงงาน โดยมีค่าวัตถุดิบสารเคมี ค่าขนส่ง ค่าซ่อมบํารุง และวัสดุสิ้นเปลือง ค่าเสื่อมราคา มีอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เฉพาะไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.22 (61.89-57.67) และสําหรับระยะเวลา 9 เดือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.63 (62.63-57.00) จากปีที่ผ่านมา

"""

นอกจากจะมี GPM ที่ต่ำลงแล้ว บริษัทยังมีดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นถึง 21 ลบ. เมื่อเปรียบเทียบกับ 3Q2559

สรุปคือผลประกอบการไม่ค่อยดีเพราะรักษา GPM ไว้ไม่ได้ อนาคตแนวโน้มจะเป็นอย่างไรต้องโทรถาม IR ก่อน

ส่วนค่าเสื่อมและค่าดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆปีก็ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มต่อไป เพราะในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา บริษัทได้เพิ่มหนี้มากขึ้นถึงประมาณ 1,000 ลบ. เพื่อนำไปขยายธุรกิจ

ซึ่งนอกจากจะต้องกู้ธนาคารในการนำเงินมาลงทุนแล้ว บริษัทยังออก warrant หลายชุดอีกด้วย ทำให้ราคาหุ้นก็ถูก Dilute ลงพอสมควร

อนาคตจึงต้องจับตาสิ่งที่บริษัทลงทุนใหม่ว่าจะให้ผลตอบแทนดีขนาดไหน จะรับรู้รายได้เมื่อไหร่และค่าเสื่อมจะหมดเมื่อไหร่


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary