สรุป ERW 3Q2560

สรุป ERW 3Q2560

บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ดำเนินธุรกิจโรงแรมเพียงอย่างเดียว จะต่างจาก Centel หรือ Mint ที่มีร้านอาหารด้วย แต่การที่ ERW มีเฉพาะโรงแรมก็ทำให้ได้ผลประโยชน์เต็มๆหากธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว

ERW มีโรงแรมทุกระดับอยู่ในเครือ ตั้งแต่ระดับราคาถูกไปจนถึงระดับหรู ทั้งเป็นโรงแรมของบริษัทเองและรับมาบริหาร

  1. Luxury เช่น Grand Hyatt Erawan, JW Marriott
  2. Midscale เช่น Courtyard By Marriott, Holiday Inn Pattaya
  3. Economy เช่น Ibis Phuket Patong, Ibis Pattaya
  4. ส่วนระดับ Budget มี Hop Inn เพียงแบรนด์เดียว

3Q2560 ERW เปิดโรงแรม Hop Inn เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง ที่หัวหิน แม่สอด และในเมืองมะนิลา ฟิลิปปินส์ ทำให้มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 48 โรงแรม จำนวนห้องพัก 6,999 ห้อง

มาดูผลประกอบการ

  • รายได้ 3Q2560 1,448 ลบ. +5% YoY ส่วน 9M2560 รายได้ 4,413 ลบ. +6% YoY
  • EBITDA 3Q2560 442 ลบ. +12% YoY ส่วน 9M2560 EDITBA 1,337 ลบ. +14% YoY
  • กำไรสุทธิ 3Q2560 79 ลบ. +42% YoY ส่วน 9M2560 กำไรสุทธิ 334 ลบ. +31% YoY

แนวโน้มรายได้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วชัดเจน รายได้เพิ่มไม่มากนัก ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่กำไรจะดีขึ้นมาหากมีการเช่าเพิ่มขึ้น เพราะการเช่าเพิ่มไม่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้กำไรค่อนข้างเติบโตสูง

หากย้อนไปดู PE ของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 30 เท่า เหมือนจะแพง แต่กำไรธุรกิจโรงแรมนั้นสามารถเติบโตก้าวกระโดดแบบนี้ได้ ทำให้ PE ระดับนั้นเหมือนจะไม่แพงเกินไปเลย

มาดูผลประกอบการแบบลึกบ้าง

บริษัทแบ่งโรงแรมออกเป็น 4 กลุ่มหลัก มาดูรายได้แต่ละส่วน

  • Luxury จำนวนห้องเท่าเดิม อัตราการเข้าพัก -9% YoY และ Revpar -4% YoY
  • Midscale จำนวนห้องเท่าเดิม อัตราเข้าพัก +4% YoY และ Revpar +12% YoY
  • Economy จำนวนห้องเท่าเดิม อัตราเข้าเท่าเดิม แต่ Revpar +6% YoY
  • Budget จำนวนห้อง +40% อัตราการเข้าพัก +3% YoY และ Revpar +7% YoY

สัดส่วนรายได้ปัจจุบันของบริษัทเปลี่ยนไปจากปี 2559

  • Luxury 52% -> 49%
  • Midscale 23% -> 26%
  • Economy 17% -> 16%
  • Budget 4% -> 5%

(Revpar = Revenue per available room แปลไทยคือรายได้เฉลี่ยต่อจำนวนห้องทั้งหมด)

สังเกตุว่ากลุ่ม Luxury จะดูแผ่วๆไป แต่กลุ่ม Mid ลงมาเติมโตได้ดีพอสมควร

สาเหตุที่ Luxury ลดลงก็มีส่วนมาจากการปิดปรับปรุงห้องพักของ JW Marriot กรุงเทพ 29 ห้อง ทำให้รายได้หายไปพอสมควร

ถึงแม้ Luxury ลดลงก็ไม่เป็นไรเพราะสัดส่วนรายได้กลุ่มอื่นๆสูงขึ้น ซึ่งโดยรวมแล้วดีขึ้นทั้งหมด

ส่วนที่น่าจับตาคือกลุ่ม Budget ที่มีการเติบโตสูงมากทั้งจำนวนห้องและ Revpar ตามกลยุทธ์ของบริษัทที่ขยาย Hop Inn อย่างต่อเนื่องทุกไตรมาศ

แต่อย่าเพิ่งคาดหวังว่า Hop Inn จะสร้างรายได้ให้กับบริษัทมหาศาล เพราะว่าราคาที่พักถูกมาก บริษัทจะต้องมีเป็นหลักหมื่นห้องถึงจะสร้างรายได้เป็นสัดส่วนสำคัญ

สรุป

ERW ถือว่าทำผลงานได้ดีมาก ฟื้นตัวจากที่เคยขาดทุนเมื่อสามปีก่อน อนาคตก็ดูเหมือนจะมีข่าวดีสำหรับบริษัทค่อนข้างเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นช่วง High Season Q4 หรือการที่ธุรกิจท่องเที่ยวยังเติบโต และอนาคตภายในปีนี้หรือปีหน้าก็จะมีการเลือกตั้ง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีส่วนทำให้ ERW ยังน่าจะเติบโตกว่านี้ได้อีก

แต่หากไม่อยากคิดแง่ดีเกินไป ลองมาดูกันว่ามีทางไหนที่บริษัทจะถอยหลังลงคลองบ้าง? จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้โรงแรมไม่มีคนมาเข้าพัก? ใครมีไอเดียอะไรก็ลองคุยๆกันได้

และสุดท้ายสำหรับนักลงทุนที่สนใจ ERW ราคาปัจจุบันก็ขึ้นมากว่า 100% แล้วจากปีก่อน ก็อาจจะต้องระวังกันบ้าง อาจจะอาศัยช่วง Low season ในการเข้าลงทุนน่าจะปลอดภัยกว่า


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary