สรุป Oppday LHK 3Q2560

สรุป Oppday LHK 3Q2560

งบปีของ LHK จะปิดไม่เหมือนชาวบ้านนะครับ งบสิ้นงวดเดือน 9 จะเป็นงบ Q2

บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)

เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจหลักเกี่ยวกับเหล็ก Stainless Aluminuim ที่จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เกือบทั้งหมดจะขายภายในประเทศ (ส่งออก 1%)

  • ยานยนต์ 34% (รถยนต์ 73% จักรยานยนต์ 27%)
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า 19%
  • ก่อสร้าง 23%
  • ค้าส่ง 16%
  • อื่นๆ

ภาพรวมอุตสาหกรรม

ยานยนต์

บริษัทเป็น supplier ของท่อไอเสียเป็นหลักโดยเฉพาะส่วนของจักรยานยนต์

กำลังการผลิตส่วนของยานยนต์ในปี 2559 อยู่ประมาณ 77% แต่ปีนี้เริ่มกลับมาตั้งแต่ไตรมาสก่อนมีกำลังการผลิตอยู่ 79% ฟื้นตัวจากตลาดภายในประเทศ และไตรมาสนี้เป็น 85% เพราะส่งออกเริ่มฟื้นตัวบ้าง ทำให้สรุปแล้วการผลิตรถยนต์เพื่อขายในประเทศปีนี้ปรับตัวดีขึ้นถึง 20% แต่ส่งออกยังติดลบอยู่ -5%

ปีปัจจุบันและปีก่อนประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้ราวๆ 1.9 ล้านคัน ไม่ค่อยเติบโตเพราะเศรษฐกิจมีการชะลอตัวจากทั่วโลก แต่ช่วงหลังๆมาเริ่มมีข่าวการฟื้นตัวหลายๆประเทศพร้อมๆกัน รถยนต์น่าจะกลับมาเติบโต (ไม่รู้ว่าเทรนด์นี้จะรันยาวขนาดไหน)

ส่วนเป้าระยะกลาง ประเทศไทยจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ 3 ล้านคันในปี 2563 น่าจะทำให้บริษัทได้ประโยชน์ แต่กำลังการผลิต 1.1 ล้านคันที่จะเพิ่มขึ้นมา แต่ใครจะเป็นคนลงทุน?

แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ก็จะส่งผลดีต่อประเทศอย่างมาก ลองคิดคร่าวๆว่าขายรถเพิ่ม 1 ล้านคันต่อปี ตีราคาคันละแสนบาท ก็จะได้แสนล้านต่อปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งกำลังซื้อภายในประเทศและความต้องการส่งออก

เครื่องใช้ไฟฟ้า

อุตสาหกรรมชะลอตัว กำลังการผลิตปีนี้ตกจากปีที่แล้ว จากประมาณ 60% เหลือเพียง 55% มาจากกำลังการบริโภคภายในประเทศที่ยังไม่ค่อยดี ส่วนส่งออกยังดีอยู่

ก่อสร้าง

อุตสาหกรรมชะลอตัวเล็กน้อย กำลังการผลิตปีที่แล้ว 64% ส่วนปีนี้อยู่ประมาณ 62% แต่ตัวเร่งก็มีพอสมควรเช่นการลงทุนภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน

มาดูผลประกอบการ

รายได้รวม

2556- 3,395.61 ลบ.
2557 - 3,416.86 ลบ.
2558 - 3,208.22 ลบ.
2559 - 3,227.71 ลบ.
2Q2560 - 1,752.99 ลบ.

กำไรสุทธิ

2556 - 148.65 ลบ. (4.38%)
2557 - 137.55 ลบ. (4.03%)
2558 - 97.69 ลบ. (3.05%)
2559 - 176.56 ลบ. (5.47%)
2Q2560 - 102.77 ลบ. (5.86%)

รายได้โตขึ้น 11.6% YoY มาจากปริมาณเพิ่มขึ้น 7% และราคาขายเพิ่ม 4% ทำให้ GPM เพิ่มขึ้น 12.6% -> 13.5% ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี ถ้าไปดูยอดหลังจะพบว่าเฉลี่ยแล้วบริษัทมี GPM ประมาณ 11%

รายได้โตขึ้นจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัวดีขึ้นจากปีที่แล้ว อุตสาหกรรมนี้ให้ GP ที่ดีกว่าทำให้ GPM ก็ปรับตัวดีขึ้น

กำไรสุทธิโตขึ้น 32% YoY ประกอบด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นกับการที่บริษัทมี margin ที่ดีขึ้น

เมื่อดูทั้งยอดขายและกำไรในปี 2560 พบว่า 2 ไตรมาสที่ผ่านมามีการเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วพอสมควร ทำให้ปี 2560 สามารถมีลุ้นได้ว่าบริษัทจะมีการเติบโต

LHK ถือว่าเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งพอสมควร ด้วย Mcap ราวๆ 1,700 ลบ. แต่บริษัทมีเงินสดในมือเกือบ 300 ลบ. และยังมีประวัติไม่ค่อยก่อนหนี้สิน หากดูย้อนหลัง 5 ปีจะพบว่า D/E อยู่ราวๆ 0.6 เท่า

จุดน่าสนใจ

  • LHK จะเติบโตสามารถดูอ้างอิงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้พอสมควร บริษัทกระจายความเสี่ยงในหลายอุตสาหกรรม น่าจะยากหากทุกอุตสาหกรรมแย่พร้อมกันหมด
  • ลักษณะบริษัทดูจะค่อนข้าง Conservative พอสมควรควร จากระดับหนี้สิน รวมถึงการบริหาร margin ได้ค่อนข้างดี NPM สูงกว่า 3% - 5% มาหลายปี
  • บริษัทพูดถึงเรื่องการลดต้นทุนตลอดเวลา ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องกรณ์ใส่ใจการลดต้นทุนทุกภาคส่วน ไม่แปลกใจเลยถ้าบริษัทสามารถแข่งขันได้ในตลาด
  • ปัจจุบันมีรถขนส่ง 18 คันเท่านั้น ทีเหลือจะ outsource ออก ทำให้ fixed cost ค่าเสื่อมลดลง แต่ที่ยังมีรถของตัวเองเพื่อรองรับในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
  • การมาของ EV มีผลกับบริษัทเพราะจะไม่มีส่วนของท่อไอเสีย แต่ยังอีกนานกว่าจะเริ่มมีการใช้จริงจัง ส่วนของ Hybrid ซึ่งใกล้ตัวมากกว่า น่าจะมาก่อน
  • อุตสาหกรรมที่ใช้ stainless หรือ aluminium ยังไม่ค่อยมีเกิดขึ้นใหม่ๆ ดังนั้นโอกาสการขยายตัวของบริษัทก็ยังมีจำกัดเพียงไม่กี่อุตสาหกรรมเท่านั้น
  • บริษัทไม่ค่อยมีกำไรหรือขาดทุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องกำไรหรือขาดทุน stock มากนัก
  • ปันผลสูง เฉลี่ยย้อนหลังหลายปีที่ผ่านมามี yield มากกว่า 6% สามารถช่วยลดความเสี่ยงการลงทุนได้

ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary