BAFS - ผูกขาดแต่รายได้ชะลอ

BAFS - ผูกขาดแต่รายได้ชะลอ

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จํากัด

ให้บริการระบบจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยาน 5 แห่ง

  1. สนามบินสุวรรณภูมิ
  2. สนามบินดอนเมือง
  3. สนามบินสมุย
  4. สนามบินสุโขทัย
  5. สนามบินตราด

และมีบริษัทย่อย 3 บริษัท

  1. TARCO ขนส่งน้ำมันผ่านท่อใต้ดิน สนามบินสุวรรณภูมิ
  2. FPT เก็บรักษาขนส่งน้ำมันผ่านท่อใต้ดินจากโรงกลั่นน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง
  3. IPS รับเหมาเติมน้ำมัน สนามบินสมุย สุโขทัยและตราด

ดังนั้นการวิเคราะห์ BAFS ก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณการเติบน้ำมันอากาศยานเป็นหลัก

ปีที่ผ่านมาปริมาณน้ำมันอากาศยานที่สุวรรณภูมิและดอนเมืองมีการเติบโต 1.6% ส่วนจำนวนเที่ยวบินเติบโตขึ้น 3.0%

สาเหตุที่ปริมาณน้ำมันไม่เติบโตตามเที่ยวบินเพราะมีปัจจัยเช่น - ผลกระทบจากทัว 0 เหรียญ - การปิดปรับปรุง Runway จำนวน 60 วัน - การปรับขึ้นอัตราภาษีสำหรับน้ำมันอากาศยานในประเทศ

แต่ผู้ใช้บริการทั้ง 2 สนามบินก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น 9% จาก 91 ล้านคน เป็น 99 ล้านคนปีต่อ

ผลประกอบการ

รายได้รวม

2557 - 3,024 ลบ.
2558 - 3,359 ลบ.
2559 - 3,711 ลบ.
2560 - 3,640 ลบ.

กำไรสุทธิ

2557 - 757 ลบ.
2558 - 957 ลบ.
2559 - 1,097 ลบ.
2560 - 970 ลบ.

รายได้ลดลง 1.9% YoY แต่หากไม่รวมรายได้พิเศษปี 2559 จริงๆแล้วจะมีรายได้ไม่ต่างกัน น่าแปลกใจที่มีปริมาณน้ำมันมากขึ้น แต่รายได้กลับไม่เติบโต

กำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทได้ลงทุนในสินทรัพย์และอุปกรณ์สำหรับโครงการท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือ และท่อส่งน้ำมันแรงดันสูง เป็นจำนวนเงินกว่า 2,600 ลบ.

ต้นทุนอื่นๆก็เพิ่มเช่นกัน ได้แก่ค่าอนุญาตประกอบกิจการ และสัญญาเช่า

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้น 22% เนื่องจากมีการกู้ยืมเพื่อลงทุนโครงการระบบท่อส่งน้ำมัน

กำไรสุทธิจึงลดลง 11.5% YoY

สรุปคือรายได้เติบโตน้อยกว่าคาด ถึงแม้จะเกาะไปกับการเติบโตของ AOT และการท่องเที่ยว แต่ช่องทางหารายได้ของบริษัทมีค่อนข้างจำกัด และต้องลงทุนโครงการใหม่

ไม่เหมือนกับ AOT ที่สามารถหารายได้จากทางอื่นเพิ่มได้ เช่นร้านค้าปลีกภายในสนามบิน หรือการเพิ่มค่าธรรมเนียม และอื่นๆ

ตอนนี้บริษัทได้เข้าสู่ช่วงลงทุนใหม่แล้ว ค่าเสื่อมจะเข้ามา ทำให้กดรายได้ หากรายได้ไม่เติบโต กำไรสุทธิก็น่าจะยังโดนกดต่อไป

แต่ถ้ามองภาพจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ AOT มีการขยายสนามบิน บริษัท BAFS ภาพยาวก็ยังดูสดใส

..

ส่วนอนาคตผมลองคิดเล่นๆว่า EV จะสามารถเข้ามายังธุรกิจการบินได้หรือไม่

คำตอบคือน่าจะได้ แต่อีกหลายสิบปี

เหตุผลเพราะเครื่องบินใช้พลังงานสูงมาก ปัจจุบันพลังงานไฟฟ้าแทบไม่สามารถในพลังงานที่เพียงพอ ถึงจะทำได้แต่ต้นทุนสูงกว่าน้ำมัน

อีกเหตุผลคือเครื่องบินปัจจุบันออกแบบมาเพื่อใช้น้ำมัน การออกแบบเครื่องบินจะไม่เหมือนกับรถยนต์ คือการสร้างเครื่องบินจะไม่สามารถออกแบบมาเผื่อการดัดแปลง

ความหมายคือเครื่องบินถูกออกแบบมาให้บรรทุกน้ำมัน ดังนั้นการออกแบบจึงคำนวนเรื่องน้ำหนักและพื้นที่บรรจุน้ำมันแล้ว

หากเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า เครื่องบินจะต้องออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่ง Boeing และ Airbus สองเจ้านี้เป็นคนควบคุมตลาดไม่น่าจะเปลี่ยนง่ายๆ

แต่ก็น่าสนใจว่าอาจจะมี Tesla ในธุรกิจเครื่องบินเกิดขึ้น อันนี้ก็ไม่แน่

แต่ต่อให้มี EV เครื่องบินจริง ก็จะต้องติดเรื่องมาตรฐานการบิน ICAO อีกขั้น การเทรนนักบิน และยังไม่รู้ว่าสายการบินไหนจะยอมจ่ายเงินซื้อ

เรื่องนี้น่าติดตาม


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary