ปี 2560 ILINK เกิดอะไรขึ้น?!

ปี 2560 ILINK เกิดอะไรขึ้น?!

ปีที่ผ่านมานับว่าเป็นปีที่แย่มากๆสำหรับ ILINK เพราะจากบริษัทที่เคยมีกำไรสุทธิกว่า 200 ลบ. แต่ปีที่ผ่านมาเหลือเพียง 28 ลบ.

แต่ช้าก่อน บริษัทไม่ได้จะเจ๊งนะครับ เพราะการที่กำไรหดลงมาขนาดนี้มันมีเหตุผลอยู่

บริษัทดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับสาย Fiber Optic เป็นหลัก แบ่งออกเป็น 3 สายธุรกิจ

  1. Distribute
  2. Engineer
  3. Telecom (ถือหุ้น ITEL 60%)

ซึ่งจริงๆแล้วปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตทุกๆสายธุรกิจ แต่ปัญหาคือมีอยู่ธุรกิจหนึ่งที่คุมต้นทุนไม่อยู่

ส่วน ITEL เป็นบริษัทลูกที่ทำธุรกิจหลักเกี่ยวกับการให้บริการโครงข่าย fiber optic

ภาพง่ายๆคือ ในเมื่อบริษัท ILINK ขายสาย fiber optic อยู่แล้ว ก็เลยตั้งบริษัทลูก เพื่อนำสายสัญญานนี้ไปสร้างธุรกิจ

ซึ่งข้อดีของ ITEL คือมีรายได้ที่เป็น recurring เพราะโครงข่ายลงทุนหนักๆเพียงครั้งเดียวแต่รายได้ระยะยาว

ลองนึกง่ายๆว่าเวลาเราตัดสินใจซื้อบริการอินเตอเนตความเร็วสูงที่บ้านแล้ว เราคงไม่เปลี่ยนบ่อยๆ ยกเว้นมันจะแย่จริงๆ

แต่ยกประเด็นของ ITEL มากเกินไปก็ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ เพราะว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้ยังไม่มากนัก

มาดูสัดส่วนของรายได้

2557 - 2,694.76 ลบ.
2558 - 3,078.99 ลบ.
2559 - 2,971.94 ลบ.
2560 - 4,251.01 ลบ.

จริงๆแล้วรายได้เติบโตดูดีทีเดียว โดยเฉพาะปี 2560 รายได้กระโดดมากๆ แต่เพราะเช่นนี้เองจึงเป็นเหตุให้ผลประกอบการณ์แย่

รายได้มาจาก 3 ส่วนคือ

  • ขายสายสัญญาน 2,001 ลบ. ดีขึ้น 0.69% YoY ซึ่งการจะไม่มีการเติบโตเลย

    ก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าจะเติบโตต่อไปในตลาดนี้ได้อย่างไร เพราะเทคโนโลยีก็ไม่ได้ใหม่แล้ว ไม่เหมือนสมัย 5 - 6 ปีก่อน

    แต่ถึงจะไม่โตก็ตาม ธุรกิจส่วนนี้ก็ยังมี demand อยู่ ทำให้รายได้ยังดี และมี margin ที่แน่นอน

  • ธุรกิจที่มีปัญหาคือวิศวกรรม รายได้ 1,151 ลบ. เพิ่มขึ้น 578%

    รายได้เติบโตดีแบบนี้ก็ดูเหมือนบริษัทจะต้องเติบโตเอามากๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เพราะคุมต้นทุนไม่อยู่

    สาเหตุเพราะมีปัญหาและเกิดความล่าช้าในการดำเนินงาน ทำให้บริษัทต้องประเมินต้นทุนใหม่และรับรู้ในงบทันที

    ดูแล้วก็เหมือนจะเป็นปัญหาเชื่อคราวหรือเปล่าไม่แน่ใจ นักลงทุนลองศึกษาต่อกันเองได้ บริษัทยังมี backlog อยู่อีกราว 3,300 ลบ. ซึ่งส่วนที่เหลือไม่น่าจะต้องมีการรับรู้ต้นทุนพิเศษส่วนนั้นอีก

  • ธุรกิจโครงข่ายยังเติบโตได้ดี และมี margin ที่ดี รายละเอียดของศึกษาดูในงบของ ITEL

กำไรสุทธิ

2557 - 218.94 ลบ.
2558 - 265.58 ลบ.
2559 - 220.86 ลบ.
2560 - 28.08 ลบ.

กำไรสุทธิที่ลดลงเยอะเพราะธุรกิจวิศวกรรมดันขาดทุนตั้งแต่กำไรขั้นต้น ซึ่งผลกระทบเยอะต่อธุรกิจส่วนอื่นอย่างมาก

อัตราส่วน GPM ลดลง 23% -> 13% ส่วน NPM ลดลง 7% -> 0.6%

เมื่อดูภาพรวมจากอดีตแล้ว เหตุการณ์แบบนี้น่าจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

มาดู Valuation แบบคร่าวๆ จะพบกับ PE อยู่ที่ 100 เท่า (ราคาหุ้น 8 บาท ณ 6/3/2561)

ถ้าเป็นหุ้นทั่วๆไป PE ระดับนี้คงทำใจซื้อได้ยาก แต่เมื่อมีค่าใช้จ่ายพิเศษเกิดขึ้น (น่าจะชั่วคราว) เป็นปัจจัยสำคัญทำให้กำไรต่ำผิดปกติ

ลองมาดู Valuation ผ่าน Market cap. กันบ้าง

ITEL บริษัทลูก ปัจจุบันมี Market cap. 4,800 ลบ. ส่วน ILINK บริษัทแม่มี Market cap. 2,900 ลบ.

ILINK ถือหุ้น ITEL 60% ดังนั้นถ้าคิดตามสัดส่วนทำให้ ILINK มีมูลค่าของ ITEL อยู่ในมือ 2,880 ลบ.

ILINK ปัจจุบันมี market cap. 2,900 ลบ. ในขณะที่สัดส่วนของการถือหุ้นของเพียง ITEL ก็มีมูลค่าถึง 2,880 ลบ. เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่

เรียกง่ายๆว่าถ้าอยากซื้อหุ้นลูก มาซื้อหุ้นแม่ตอนนี้ดูจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะได้ทั้งลูกได้ทั้งแม่ในราคาที่เท่ากัน

ในเคสที่แย่ที่สุด ILINK เลิกทำธุรกิจที่เหลือทั้งหมด รับรายได้จาก ITEL อย่างเดียว มูลค่าปัจจุบันถึงจะควรเท่ากัน

แต่สิ่งสำคัญคือก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า ITEL นั้นแพงไปหรือเปล่า ถ้าราคานี้แพงเกินไปก็อาจจะต้องมาคำนวณอีกที

สรุปทั้งหมดวิเคราะห์จากผลการดำเนินงานในอดีตเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญก็คือต้องดูอนาคตประกอบด้วย

คำว่าถูกหรือแพงจะสามารถบอกได้ก็ต่อเมื่อสามารถบอกอนาคตว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary