อย่าให้ใครมากำหนดความสุขเรา

อย่าให้ใครมากำหนดความสุขเรา

ในปัจจุบัน เป็นยุคที่สิ่งต่างๆรอบตัวเราล้วนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

หากเราย้อนกลับไปหลายพันปีก่อนหน้า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรือสิ่งต่างๆทั้งหมดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่าบางครั้งการเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำมาซึ่งวิกฤตให้กับใครหลายๆคน แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสให้กับใครอีกหลายๆคนเช่นกัน

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ใครที่สามารถปรับตัวได้ทันก็อาจจะได้เปรียบคนอื่น

ผมเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตอยู่แล้ว ที่จะต้องพยายามปรับตัวตามสิ่งแวดล้อม

และผมก็ยังเชื่ออีกว่าใครที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่พยายามปรับตัวตามโลกเช่นกัน

"ข้อมูลข่าวสาร" เป็นตัวอย่างที่ดีหากเราจะพูดถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในทศวรรษที่ผ่านมา

ว่ากันว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นใน 10 - 20 ปีที่ผ่านมา อาจจะมากกว่าข้อมูลทั้งหมดที่เคยถูกบันทึกตั้งแต่ประวัติศาสตร์เริ่มแรกของมนุษย์ไปเรียบร้อยแล้ว

ในแต่ละวัน เราทุกคนมีแนวโน้มที่จะได้รับข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งข้อมูลที่จำเป็นและไม่จำเป็นจากสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อในมือถือของเรา

หากเราย้อนไปเพียง 10 ปีที่แล้ว เราจะพบความแตกต่างของปริมาณข้อมูลที่เราได้รับเมื่อเทียบกับปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้มีประโยชน์ในหลายๆกรณี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มาพร้อมกับโทษในหลายๆแง่เช่นกัน

ข้อมูลต่างๆมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และอีกไม่นานนักก็อาจจะเข้าสู่ภาวะ Oversupply ก็เป็นได้

หากเราไม่ปรับตัวให้เข้ากับสภาวะปัจจุบัน เราอาจจะพบกับภาวะความลำบากในการใช้ชีวิต

เพราะข้อมูลที่เยอะเกินไปในแต่ละวัน ไม่ได้ส่งผลดีต่อชีวิตของเราอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น เรายังอยู่ในยุคที่สื่อต่างๆพยายามที่จะยัดความคิด สินค้าหรือบริการ หรือแม้กระทั้งความสุขและฝันให้แก่เรา

ด้วยพื้นฐานของมนุษย์แล้ว จิตใจของเราถือเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุด

การกระตุ้นของสื่อต่างๆในแต่ละวันเป็นปัจจัยที่ทำให้จิตใจของเราหวั่นไหวตามได้อย่างง่ายดาย

ถ้าเราเสพข้อมูลทุกประเภทโดยไม่มีการคัดกรอง เราก็อาจจะกลายเป็นหุ่นเชิดที่สื่อสามารถควบคุมจิตใจของเราได้โดยไม่รู้ตัว

บางครั้งสื่อก็อาจจะพยายามกระตุ้นเราให้เกิดความอยาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การท่องเที่ยว หรือ ช้อปปิ้ง เป็นต้น

ในปัจจุบัน ผมยอมรับว่าเราจะพบกับสื่อประเภทโฆษณาอยู่ตลอดเวลาแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

โฆษณาก็อาจจะพยายามบอกเราว่าเราควรจะซื้อสินค้าแล้วชีวิตจะดีมีความสุข จนบางครั้งเราก็หลงคิดไปว่า การซื้อสินค้านั้นจะเข้ามาเติมเต็มความฝันของเรา

แต่หลายๆครั้ง เราจะพบว่าในภายหลังจากซื้อมาแล้ว สินค้าเหล่านั้นแทบไม่ได้มีผลต่อชีวิตเราเลย เราเพียงซื้อมาเพราะอารมณ์เท่านั้น

นอกจากสื่อประเภทโฆษณาที่เราจะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษแล้ว สื่อประเภท Social เองก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน

การเปรียบเทียบชีวิตของเรากับผู้อื่นเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับสื่อประเภท Social

บางครั้งเราอาจจะเป็นคนที่มีความสุขดีอยู่แล้ว แต่กลับเป็นทุกข์เพราะเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดูดีกว่าเราใน Social

บางครั้งเราอาจจะเป็นคนที่มั่งมีอยู่แล้ว แต่กลับเป็นทุกข์เพราะต้องการมีมากขึ้นตามสังคม Social

กลับกลายเป็นว่า ชีวิตของเราไม่ใช่ของเราอีกต่อไป แต่ชีวิตของเรากลับไปผูกอยู่กับผู้อื่นแทน

ซึ่งแนวโน้มที่สังคมเราจะเป็นแบบนี้ก็มากขึ้น ตามแนวโน้มปริมาณข้อมูลที่สามารถเข้าถึงเราได้ในชีวิตประจำวัน

บางครั้งข้อมูลหลายๆอย่างก็ดูคล้ายกับว่าเราควรจะต้องรู้ แต่ในความเป็นจริงๆข้อมูลเหล่านี้อาจจะแทบไม่มีความจำเป็นต้องชีวิตเราเลย

ดังนั้นเราจึงไม่ควรที่จะรับข้อมูลทุกอย่าง เพราะบางครั้ง ข้อมูลหลายๆอย่างก็ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวเรามากนัก

สิ่งสำคัญที่เราควรจะต้องรู้ในโลกปัจจุบันกลับไม่ใช่เรื่องอื่น แต่เป็นรู้จักตัวเอง

เราควรกลับมามองว่า ความหมายของชีวิตเราคืออะไร อะไรคือสิ่งที่ชีวิตเราต้องการจริงๆ

การกำหนดสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตเรา มีประโยชน์อย่างมากต่อการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน

หากเราเข้าใจตัวเองว่าเราต้องการอะไร เราจะสามารถเลือกส่ิงที่เราจะรับและไม่รับได้ง่ายขึ้น

หากมีสื่อใดพยายามที่จะยัดความคิดต่างๆให้ตัวเรา เราก็สามารถคัดครองและแยกแยะออกได้ไม่ยาก

เพราะความสุขของเรา ไม่ควรให้ใครมากำหนด...


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รับคำแนะนำจากนักลงทุนรายใหญ่ท่านหนึ่งเกี่ยวกับการติดตามตลาดหุ้น…
ในโลกแห่งการลงทุนนั้น นักลงทุนต่างๆล้วนมุ่งหวังผลตอบแทนการลงทุนด้วยกันแทบทั้งสิ้น ซึ่งผลตอบแทนการลงทุ…