Palm complex คืออะไร?

Palm complex คืออะไร?

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เป็นบริษัทที่ให้บริการค้าปลีก น้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้ปั๊มน้ำมันชื่อ PT

บริษัทได้ลงทุนในโครงการ Palm complex ที่จะดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป คำถามใหญ่ก็คือโครงการนี้คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

โครงการ Palm complex เป็นโครงการอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันครบวงจรตั้งอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ส่วนใหญ่แล้วโรงปาล์มจะอยู่ทางภาคใต้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงเหมาะสมเพราะอยู่กึ่งกลางระหว่างภาคกลางและภาคใต้

ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลผลิตจากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันครบวงจร เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ จากสวนปาล์มเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเข้ากระบวนการผลิต ไปจนถึงปลายน้ำ คือการจัดจำหน่าย

ภายในโครงการประกอบไปด้วยหน่วยผลิตต่าง

  • โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ
  • โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม
  • โรงผลิตไบโอดีเซล
  • โรงแยกไข
  • โรงบรรจุน้ำมันปาล์ม
  • โรงไฟฟ้าและไอน้ำ
  • คลังเก็บน้ำมัน
  • สาธารณูปโภคพื้นฐาน

โรงกลั่นน้ำมันปาล์มจะมีกำลังการผลิต 6.5 แสนลิตรต่อวัน แบ่งเป็นสำหรับเพื่อการบริโภค 2 แสนลิตร และไบโอดีเซล 4.5 แสนลิตร

โครงการ Palm complex เริ่มต้นจากการที่บริษัท PTG เป็นบริษัทค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งส่วนใหญ่สัดส่วนรายได้มาจากขายน้ำมัน Diesel เป็นหลัก

น้ำมัน Diesel ที่เราใช้ทุกวันนี้เกิดจาก Diesel ผสมกับ Biodiesel ซึ่ง Biodiesel นี้เองเป็นผลผลิตจากปาล์ม

การที่บริษัทสามารถผลิต Biodiesel ได้เองจะช่วยทำให้ต้นทุนของบริษัทลดลงอย่างมาก เพราะต้นทุนทุกอย่างสามารถบริหารจัดการได้

Model ของ Palm complex หลักๆ

  1. รับซื้อผลผลิตปาล์มจากเกษตรกรและเก็บเข้าคลัง
  2. นำปาล์มมาเข้ากระบวนการผลิต
  3. ได้ผลิตภัณฑ์ 2 ประเภทคือ น้ำมันปาล์มเพื่อบริโภคและ Biodiesel
  4. น้ำมันปาล์มขายให้พ่อค้าคนกลาง
  5. Biodiesel นำไปขายให้ Thai oil เป็นผู้ผสม (margin 4 บาทต่อลิตร)
  6. PTG รับซื้อน้ำมัน Diesel ที่ผสมแล้วจากโรงกลั่น Thai oil นำไปเก็บเข้าคลัง

แต่การที่ Palm complex เป็นโครงการที่ครบวงจร ดังนั้นความคุ้มค่าในเรื่องต้นทุนจึงมีสูง ตัวอย่างเช่นการลดต้นทุนในการเดินทางของขั้นต้นการผลิต การมีโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งวัตถุดิบหลักที่ใช้คือกากปาล์ม

ยอดค้าปลีกน้ำมันส่วนใหญ่ของ PTG มาจาก Diesel เป็นหลัก หากคิดตามสัดส่วนรายได้จะอยู่ประมาณ 67% ดังนั้นการลงทุนใน Palm complex จึงน่าจะมีความคุ้มค่าอย่างมาก

ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังผลิต Biodiesel ทั้งหมด 6.6 ล้านลิตรต่อวัน ดังนั้น Palm complex นี้จึงทำให้มี supply เพิ่มขึ้นเป็น 7.1 ล้านลิตรต่อวัน

แต่หากรวมโรงงานผลิตที่จะเปิดขึ้นอีกโดยบริษัทอื่น คาดการณ์ว่าในปี 2561 ประเทศไทยอาจจะมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 8.5 ล้านลิตรต่อปี

คำถามที่สำคัญคือ Supply เยอะขึ้นแล้วจะมีผลกระทบต่อตลาดหรือไม่

โดยปกติแล้ว Biodiesel เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถเพื่อการขนส่งเป็นหลัก รวมถึงรถกระบะด้วย ดังนั้นก็จะต้องไปดูว่าแนวโน้มส่วนนี้เป็นอย่างไร

คำตอบคร่าวๆคือมีผลกระทบแน่นอน การที่มี supply เพิ่มขึ้นอย่างมากในเวลาอันสั้น ในขณะที่ demand เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปก็จะส่งผลให้ Biodiesel ล้นตลาดอย่างแน่นอน

สภาวะนี้อาจจะทำให้ Biodiesel มีราคาขายที่ต่ำลงเนื่องจากโรงงานต่างๆต้องแย่งกันขายมากขึ้น

นอกจากที่ราคาขายจะต่ำลงแล้ว โรงงานต่างๆอาจจะต้องลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากไม่มีลูกค้าที่มากพอ แปลว่าต้นทุนโรงงานต่อยอดขายก็จะสูงขึ้น

สำหรับ PTG เองอาจจะได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่อาจจะน้อยกว่าโรงอื่นเนื่องจาก PTG มีปั๊มน้ำมันเป็นของตนเอง

Palm complex มีมูลค่าโครงการราว 4000 - 5000 ลบ. PTG ด้วยเงินทั้งหมดประมาณ 2000 ลบ. ถือหุ้นในสัดส่วน 40%

โรงงานนี้มีความสามารถในการสร้างรายได้อยู่ที่ปีละ 6000 ลบ. หากสามารถเดินกำลังผลิตได้ 100%

ส่วนกำไรสุทธิของโครงการนี้คาดว่าอยู่ราวๆ 10% หมายความว่าทั้งโครงการจะมีกำไรสุทธิประมาณปีละ 600 ลบ.

แต่ PTG ถือหุ้นอยู่ 40% ดังนั้นการรับรู้รายได้จะเป็นแบบ Equity method คือรับรู้ตามสัดส่วนของการถือหุ้น

สุดท้ายแล้ว PTG จะสามารถรับรู้รายได้ปีละ 240 ลบ. ในกรณีที่ Palm complex สามารถใช้กำลังผลิต 100%

อย่างไรก็ตาม หากคาดว่าโรงงานจะสามารถใช้กำลังในการผลิต 100% ก็อาจจะมองแง่ดีเกินไป ดังนั้นประมาณ 80 - 90% น่าจะพอดี

โดยสรุปแล้วทั้งหมดก็ดูดีต่อ PTG มากพอสมควรจากการที่มีรายได้ที่เริ่มกระจายออกไปยัง Non-oil มากขึ้น (รายได้ที่ไม่ใช่ขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง)

แต่ทั้งนี้ Palm complex ก็ยังมีความเสี่ยงจาก Demand - Supply ของปาล์มที่ควบคุมไม่ได้เช่นกัน

ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินงานของ Palm complex จะเข้ามาช่วย PTG ได้มากน้อยแค่ไหนคงจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไป


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary