ในตลาดหุ้นมีคนที่ฉลาดกว่าเราเยอะ

ในตลาดหุ้นมีคนที่ฉลาดกว่าเราเยอะ

ตลาดการเงินไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน พันธบัตร อัตราแลกเปลี่ยน หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ ต่างก็เป็นแหล่งที่รวบรวมคนประเภทต่างๆเอาไว้มากมาย

การที่ตลาดเหล่านี้เปิดโอกาสให้ทุกๆคนสามารถเข้ามาหาความมั่งคั่งได้ นั่นก็หมายความว่าย่อมต้องเป็นสถานที่ที่มีตั้งแต่คนที่ฉลาดน้อยไปจนถึงฉลาดมาก หรือมีเงินทุนน้อยไปจนถึงมีเงินทุนมาก

และเราในฐานะนักลงทุนรายย่อยเป็นเพียงผู้เล่นหนึ่งในเกมส์ที่ใหญ่ระดับโลกเท่านั้น

การลงทุนในหุ้นนั้นจริงๆแล้วเราสามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องอาศัยความฉลาดมากนัก

Warren Buffett ได้กล่าวไว้ว่า

"We don't have to be smarter than the rest. We have to be more discipline than the rest."

เราไม่จำเป็นต้องฉลาดกว่าคนอื่น เราเพียงต้องมีวินัยมากกว่าคนอื่น

ดังนั้นนักลงทุนรายย่อยอย่างเราควรจะกลับมามองใหม่ว่า แท้จริงแล้วตลาดหุ้นนั้นไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลเสมอไป หลายๆครั้งคนที่มีความฉลาดอย่างมากก็กลับไม่ได้ประสบความสำเร็จในการลงทุนมากนัก

สำหรับในโลกแห่งการทำงานแล้ว ความฉลาดอาจจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการประสบความสำเร็จ

แต่ในโลกแห่งการลงทุนแล้ว หลายๆอย่างที่เป็นปัจจัยแห่งความประสบความสำเร็จมักจะต่างออกไปจากโลกแห่งการทำงานอย่างสิ้นเชิง

หากเราพยายามใช้ความฉลาดเอาชนะตลาดหุ้น เราก็มีโอกาสที่จะขาดทุนได้เช่นกัน เหตุผลก็เพราะในตลาดมักมีคนที่ฉลาดกว่าและมีข้อมูลมากกว่าเรา

ไม่ว่าเราจะพยายามหาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนและพยายามที่จะคาดเดาตลาดด้วยข้อมูลที่มี เราก็ไม่สามารถถูกทุกครั้ง

โดยส่วนมากแล้วตลาดหุ้นจะมีความเป็นเหตุเป็นผลอยู่พอสมควร คือหุ้นจะขึ้นก็ต่อเมื่อกำไรของบริษัทเติบโต และหุ้นจะลงก็ต่อเมื่อกำไรของบริษัทลดลง

แต่ก็จะมีหลายๆครั้งที่หุ้นขึ้นและลงไม่สอดคล้องกับเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา

ในเมื่อเราไม่สามารถใช้ความฉลาดเอาชนะตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ เราก็ไม่ควรพึ่งพาให้ความฉลาดมีผลต่อการลงทุนมากนัก

ปัจจัยสำคัญที่มากกว่าความฉลาดที่นักลงทุนรายย่อยอย่างเราจะสามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนได้คือเรื่องของวินัยต่างหาก

การมีวินัยเป็นส่ิงที่นักลงทุนควรยึดมั่นไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนแนวเทคนิคหรือนักลงทุนระยะยาวก็ตาม

.

วินัยที่ผมคิดว่ามีความสำคัญมากสำหรับการลงทุนมีด้วยกัน 3 ข้อหลักๆ

  1. วินัยการซื้อ

    การกำหนดเป้าหมายทุกครั้งก่อนการลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะเป้าหมายนี้จะส่งผลต่อวิธีการในการลงทุนที่เหลือทั้งหมด

    เมื่อกำหนดเป้าหมายชัดเจนแล้ว นักลงทุนจะต้องยึดมั่นในเป้าหมายและไม่เปลี่ยนแปลงตลอดการลงทุน

    จากนั้นนักลงทุนควรทำการบ้านให้ดีด้วยตัวเองก่อนลงทุนทุกครั้ง เราอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ทุกเรื่อง แต่สิ่งสำคัญคือเราจะต้องรู้เรื่องที่สำคัญ

    ผลลัพธ์ในการลงทุนสามารถออกได้ทั้งหัวและก้อย การคาดการณ์อนาคตมักมาพร้อมกับความผิดพลาดเสมอ

    ก่อนการลงทุนทุกครั้ง นักลงทุนจะต้องวางแผนก่อนเสมอว่าจะต้องทำอย่างไรหากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

  2. วินัยการถือ

    หลังจากซื้อแล้ว นักลงทุนจะต้องมีความอดทนในการถือครองให้ตรงตามเป้าหมายในการลงทุน

    ในระหว่างทางจะมีเหตุการณ์บ้านเมืองและเศรษฐกิจต่างๆกระตุ้นให้นักลงทุนดีใจหรือตื่นตระหนกเสมอ

    บางครั้งเมื่อมีข่าวดีก็อาจจะทำให้นักลงทุนอยากซื้อเพิ่ม หรือหากมีข่าวร้ายก็มักจะทำให้นักลงทุนอยากขาย

    นักลงทุนจะต้องมีวินัยในการถือหุ้นโดยไม่อ่อนไหวไปตามตลาดมากนัก หุ้นคือส่วนหนึ่งของธุรกิจ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอารมณ์ตลาด

    ให้ยึดไว้เสมอว่าในระยะยาว หุ้นจะขึ้นและลงตามผลประกอบการณ์ของบริษัท การขึ้นลงในระยะสั้นเป็นเพียงสิ่งกระตุ้นเท่านั้น

  3. วินัยการขาย

    หากนักลงทุนมีวินัยมาตั้งแต่การซื้อและการถือ การขายจะเป็นเรื่องง่ายไปโดยธรรมชาติ

    นักลงทุนที่รู้ว่าซื้อหุ้นเพราะอะไร มักจะรู้ว่าควรจะขายหุ้นเมื่อไหร่

    แต่กลับกัน นักลงทุนที่ไม่รู้ว่าซื้อหุ้นเพราะอะไร ก็มักจะขาดทุนเพราะไม่รู้ว่าจะต้องขายหุ้นเมื่อไหร่

    ตัวอย่างของนักลงทุนประเภทนี้ก็มักจะเป็นพวกซื้อหุ้นตามเซียน ตามเพื่อน หรือตามข่าวลือ เป็นต้น

    สิ่งที่สำคัญคือ หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์หรือความเชื่อของเราเปลี่ยนไปจากข้อมูลที่มี การตัดสินใจขายก็จะต้องมีความเด็ดขาด

.

นักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ได้วัดกันที่ผลตอบแทนสูงๆในระยะเวลาอันรวดเร็ว เราเพียงต้องการผลตอบแทนที่พอเหมาะ และรักษาผลตอบแทนนี้ไว้ได้ในระยะยาว

ในระหว่างทางจะมีสิ่งกระตุ้นนักลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดอกเบี้ย สงครามการค้า นโยบายภาครัฐ เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ และอื่นๆ

นักลงทุนจะต้องมีวินัยในหลักการลงทุนเพื่อที่จะเอาชนะความผันผวนในระหว่างทาง และมองข้ามไปยังปัจจัยที่สำคัญจริงๆสำหรับการลงทุน


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทไหนมีงบการเงินแข็งแกร่ง หากเราลงทุนไปแล้วบริษัทจะไม่ล้มละลาย?…