13 case study หุ้นวายร้าย Vol.1

13 case study หุ้นวายร้าย Vol.1

หลายหุ้นสามารถทำให้คนธรรมดากลายเป็นเศรษฐีได้

แต่นั่นเป็นเพียงภาพมายาที่เอาไว้ใช้ Marketing ตลาดหุ้นเท่านั้น เพราะเบื้องหลังด้านมืดไม่มีใครนำมาเปิดเผยเท่าไหร่

แต่จริงๆแล้วด้านมืดแบบนี่เป็นครูชั้นดีให้แก่นักลงทุน เพราะความรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเหล่านี้จะเป็นภูมิคุ้มกันให้นักลงทุนในตลาดหุ้น

ก่อนที่นักลงทุนจะรู้จักวิธีหาเงินจากตลาดหุ้น อาจจะลองมาดูกันก่อนว่าวิธีทำให้เงินหายไปในตลาดหุ้นมาจากแบบไหนได้บ้าง

เพราะบางที หากเรารู้ว่าทางไหนสามารถพาเราไปยังฝันร้ายได้ เราก็อาจจะเลี่ยงไปทางอื่นแทนดีกว่า

  1. TRITN

    ทุจริตในลักษณะผ่องถ่ายเงินออกจากบริษัท

    ผู้บริหาร 3 คนรวมตัวกันจัดตั้งบริษัททำธุรกิจป้ายโฆษณา จากนั้น TRITN อนุมัติวงเงิน 60 ลบ. ให้บริษัทลูกกู้เพื่อนำไปเช่าป้ายโฆษณา 5 ปี รวมถึงซื้อป้ายโฆษณาของบริษัทที่ตั้งเองในราคาสูงกว่าความเป็นจริง

  2. POLAR

    มีการเพิ่มทุน 8 รอบในปี 2557 และอีก 3 รอบในปี 2558

    นำเงินไปซื้อทรัพย์สินจำนวนมากในราคาที่สูงแต่ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง เช่น วางมัดจำที่ดินพหลโยธิน 350 ล้านบาท มัดจำซื้อธุรกิจนิตยสารอเดย์ 120 ล้านบาท

    ผู้ถือหุ้นรายย่อย 11,500 ราย คิดเป็น 99.77%

    เปิดเผยงบวันที่ 8 พ.ค. มีทรัพย์สิน 5,045 ล้านบาท หนี้สิน 465 ล้านบาท แต่วันที่ 9 พ.ค. ขอยื่นล้มละลาย

    เมื่อล้มละลาย การวางเงินมัดจำที่ดินและอะเดย์รวม 470 ล้านบาท จะไม่สามารถจ่ายทั้งจำนวนได้ครบและจะถูกยึดไป อาจหมายความว่าผู้บริหารวางแผนรับเงินทอนเงินมัดจำไว้แล้ว

  3. NEWS

    ออกวอแรนต์จำนวน 6 รุ่น เพิ่มทุน 11 ครั้งในปี 2557 (พีพี 10 ครั้ง)

    ทุนจดทะเบียนบริษัทจะอยู่ที่ 285,375 ล้านบาท ขาดทุนสะสม 3553 ล้านบาท

    ผู้ถือหุ้นรายย่อย 9936 คน คิดเป็น 73.12% การเพิ่มทุนครั้งล่าสุดเสนอขายหุ้นละ 1.3 สตาง แถมวอแรนต์

  4. AQ

    เพิ่มทุน 3.18 แสนล้านหุ้น จำนวน 1.25 แสนล้านหุ้นขายพีพี 0.198 บาท อีก 1.25 แสนล้านหุ้น ขาย 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ หุ้นละ 0.08 แจกวอแรนต์ 1 หน่วย ราคาแปลง 0.05

    หากเพิ่มทุนสำเร็จ ทั้งหมดจะได้เงิน 37,567 ล้านบาท

    ผู้ถือหุ้นรายย่อย 14,698 คน สัดส่วน 100%

    การเพิ่มทุนราคาล่อใจเพราะราคาปิดครั้งสุดท้ายอยู่ที่ 0.22 ภายหลังลดราคาหุ้นเพิ่มทุนเหลือ 5 สตางค์

  5. FER

    ขายหุ้นเพิ่มทุนและวอแรนต์ไปไม่ถึงเดือนก็มีขุดใหม่ออกตามมา

    รายย่อย 9252 ราย คิดเป็น 86% แต่คนจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพียง 15% ของหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมด

    Private Placement จำนวน 300 หุ้น หุ้นละ 1 บาท ไม่มีการยืนยันการชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน

  6. MAX

    เพิ่มทุนโดยเสนอขาย 2 หุ้นเดิมต่อ 5 หุ้นใหม่ แจกวอแรนต์ฟรี 4 หุ้นใหม่ต่อ 1 วอแรนต์ รายย่อยไม่สามารถค้านได้เพราะเสียงไม่พอ

  7. FC

    หุ้นผลดำเนินการขาดทุนมาต่อเนื่องหลายปี เพิ่มทุนทั้ง PP และขายผู้ถือหุ้นเดิม แต่เงื่อนไขที่น่าสนใจคือกำหนดระยะเวลาให้ PP ชำระค่าหุ้นก่อนผู้ถือหุ้นเดิม ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมตัดสินใจได้ว่าจะเพิ่มทุนหรือไม่หาก PP ขายไม่ออก

  8. APEX

    ถูก SP ในปี 2542 การกลับเข้ามาเทรดจะทำให้มีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทค่อนข้างน้อย ไม่เหมือนกับหุ้นจดทะเบียนใหม่ที่จะต้องยื่นไฟลิ่ง

    แม้จะมีการกำหนด Silent Period ผู้ถือหุ้นใหญ่ไว้ 1 ปี แต่การเพิ่ม PP ให้กับ 9 คนถึง 3 รอบก็เป็นช่องโหว่ให้สามารถเทขายหุ้นออกมาได้หากราคาขึ้นไปเยอะ

  9. EIC

    เพิ่มทุน 1 หุ้นเดิมต่อ 4 หุ้นใหม่ แจกวอแรนต์ 3 หุ้นใหม่ต่อ 1 วอแรนต์

    EIC ได้ลงทุนในบริษัท ส.ธนา มีเดีย ในวงเงิน 372 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทนั้นมีทรัพย์สินในปีก่อนเพียง 19 ล้านบาท. บริษัทได้ลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก และปล่อยกู้กับบริษัทที่ลงทุน ต่อมามีการขาดทุนและด้อยค่า

  10. RICH

    นักลงทุนรายย่อย 9,268 ราย คิดเป็น 94.4%. มีการเพิ่มทุน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ แต่รายย่อยไม่ใส่เงินเพิ่ม ทำให้ผิดชำระหนี้ มียอดหนี้รวม 2,000 ล้านบาท

    มีการประกาศผิดชำระหนี้หลังรายย่อยชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนไม่นาน ท้ายที่สุดขาดทุน 1,144 ล้านบาท และถูกเพิกถอนออก

  11. CWT

    การลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล 959 ล้านบาทดูไม่เหมาะสม

    การรับซื้อเชื้อเพลิงจากบริษัท แก้วลำดวน ในปริมาณที่มากกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจริง ไม่มีการกำหนดค่าปรับหากไม่สามารถส่งมอบได้ ส่วนการเพิ่มกำลังผลิตเชื้อเพลิงของบริษัท แก้วลำดวน ได้สั่งวัตถุดิบมาจากบริษัทในเครือที่ถือหุ้นด้วย

  12. DEMCO

    ผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในว่าบริษัทจะขาดทุนขายหุ้นออกก่อนประกาศงบ แต่คดีก็ปิดอย่างง่ายดาย เพียงแค่จ่ายค่าปรับและยอมคืนผลประโยชน์ฐาน insider

  13. KC

    มีการออกตั๋ว B/E และผิดชำระ แต่ไม่ได้บันทึกลงงบการเงิน แต่บันทึกลงบัญชีของอดีตกรรมการ ทำให้ผลประกอบการไม่ได้สะท้อนฐานะการเงินที่แท้จริง

.

สรุปคือหลายครั้งหุ้นที่จะคอยสูบเงินเรามักจะมาในรูปแบบของการเพิ่มทุน

แต่ไม่ใช่ว่าการเพิ่มทุนไม่ดี การเพิ่มทุนที่ดีมักจะเกิดจากบริษัทที่มีผลประกอบการดี แต่ต้องการเงินเพื่อการเติบโต

ส่วนการเพิ่มทุนที่จะทำให้นักลงทุนหมดตัวมักเกิดจากบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนซ้ำซาก แต่ผู้บริหารวาดฝันนักลงทุนไว้สวยงาม ทำให้นักลงทุนใจอ่อนและยอมใส่เงินเพิ่ม

ธุรกรรมของบริษัทที่ไม่ชอบมาพากลเราอาจจะไม่สามารถล่วงรู้ได้ลึกมากนักเนื่องจากเราเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อย

สิ่งที่เราสามารถทำได้ดีที่สุดคือ ศึกษาข่าวย้อนหลังของบริษัทหรือผู้บริหารว่ามีประวัติหรือไม่ รวมถึงรายละเอียดและความคิดเห็นในงบการเงินของผู้ตรวจสอบบัญชีก็น่าจะช่วยเราได้มาก

การรวยจากตลาดหุ้นอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่อย่าลืมว่าโอกาสที่เราจะจนจากตลาดหุ้นก็มีเช่นกัน


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary

นักลงทุนทุกคนที่เข้ามาในตลาดหุ้นต่างก็เข้ามาแสวงหาความมั่งคั่งด้วยกันทั้งสิ้น หลายคนอาจจะนึกถึ…