มองโกลยุคเฟื่องฟู ล้มล้างอาณาจักรจิน

มองโกลยุคเฟื่องฟู ล้มล้างอาณาจักรจิน

มองโกลในยุคของเจงกิสข่านถือว่ามีการขยายอาณาจักรไปได้อย่างกว้างขวาง มากที่สุดตั้งแต่ที่ประวัติศาสตร์เคยจารึกไว้

เจงกิสข่านได้ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของมองโกลในช่วงปี ค.ศ. 1206 ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มประวัติศาสตร์ของอาณาจักรมองโกลอย่างเป็นทางการ

ว่ากันว่าในยุคของเจงกิสข่าน มีการคิดค้นนวัตกรรมทางการทหารขึ้นหลายอย่าง เช่น การแบ่งกำลังออกเป็นกองสิบ กองร้อย กองพัน

เมื่อชาวซ่งเห็นภัยคุกคามจากมองโกลที่มีต่ออาณาจักรจิน ซ่งจึงถือโอกาสประกาศสงครามขึ้นอีกครั้งกับจิน ความสงบระหว่างสองอาณาจักรที่มีมานานหลายทศวรรษได้ยุติลง

แต่ทว่าในตอนนั้นอาณาจักรจินยังมีความแข็งแกร่งอยู่ ทำให้ซ่งไม่สามารถเอาชนะได้เด็ดขาด และซ่งก็ต้องยอมสงบศึกชั่วคราวอีกครั้งในภายหลัง

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1207 เป็นต้นมา เจงกิสข่านได้เริ่มการขยายอาณาจักรขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรจินที่อยู่ทางทิศตะวันออกของมองโกล อาณาจักรซีเซี่ยที่อยู่ทางตอนใต้ ไปจนถึงอาณาจักรอื่นๆที่อยู่ทางทิศตะวันออก

ส่วนอาณาจักรซ่งในตอนนี้เป็นเพียงอาณาจักรจีนแห่งเดียวที่ยังห่างไกลจากการรุกรานจากมองโกล เนื่องจากมีทั้ง ซีเซี่ยและจินกั้นไว้อยู่

มองโกลได้เริ่มต้นจากการรุนรานซีเซี่ยอย่างจริงจังเพื่อหวังจะใช้เป็นฐานในการรุกอาณาจักรจิน และนอกจากนี้ยังได้ผลประโยชน์จากการยึดครองเส้นทางสายไหมอีกด้วย

อาณาจักรซีเซี่ยไม่นานนักก็ต้องยอมสิโรราบต่อมองโกลโดยการยอมส่งเครื่องบรรณาการ ทำให้มองโกลหันกลับไปสนใจที่อาณาจักรจิน

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1211 เป็นต้นมา มองโกลได้ประกาศสงครามกับอาณาจักรจินอย่างเป็นทางการ แถมยังยังได้แรงสนับสนุนจากซีเซี่ยที่คอยส่งเสบียงช่วยเหลือ

4 ปีต่อมา มองโกลสามารถยึดครองเมืองหลวง (ปัจจุบันคือปักกิ่ง) ของอาณาจักรจินได้สำเร็จ ทำให้ชาวจินต้องอพยพลงไปยังเมืองหลวงทางตอนใต้

อาณาจักรจินในตอนนี้ถูกมองโกลกลืนบางส่วนทางตอนเหนือไปแล้ว ทำให้จินกลับมารุกรานซ่งอีกครั้งเพื่อยึดดินแดน ของซ่งมาแทนที่ดินแดนที่เสียไปให้กับมองโกล

แต่จินไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกต่อไป ทำให้ศึกครั้งนี้ไม่สามารถเอาชนะซ่งได้ และนับเป็นการเดินก้าวที่ผิดพลาด เพราะตอนนี้จินได้อยู่ท่ามกลางศึกจาก 3 อาณาจักร

อาณาจักรจินช่วงนี้นับว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่มาก โดยเฉพาะในเรื่องของภูมิประเทศที่ล้อมรอบโดยมองโกลทางเหนือ ซีเซี่ยทางตะวันตก และซ่งทางใต้

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1218 เป็นต้นมา อาณาจักรจินอ่อนแอลงมาก ทำให้มองโกลได้ลดความสนใจอาณาจักรจินลง และหันไปขยายอิทธิพลทางทิศตะวันตกมากขึ้น

กองทัพของเจงกิสข่านแข็งแกร่งกว่าอาณาจักรอื่นในแถบเอเชียกลางอย่างมาก

ความได้เปรียบของชาวมองโกลคือความเป็นชาตินักรบและมีความทะเยอทะยาน ประกอบกับมีระบบการทหารที่ล้ำหน้ากว่าอาณาจักรอื่นในขณะนั้นอย่างมาก ประกอบกับการที่อาณาจักรอื่นๆเน้นแต่เพียงการตั้งรับเท่านั้น

จากที่เราได้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์แล้วว่า ถึงแม้อาณาจักรจะยิ่งใหญ่เพียงได้ แต่การตั้งรับเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจต้านทานความทะเยอทะยานของผู้รุกรานได้

เจงกิสข่านได้รุกออกไปไกลขึ้นจนอาณาจักรมองโกลเข้าประชิดอาณาจักรเปอเซีย

เมื่อครั้งหนึ่ง เจงกิสข่านได้ขอความช่วยเหลือจากซีเซี่ยแต่กลับถูกปฏิเสธ ทำให้เจงกิสข่านถือว่าซีเซี่ยหักหลัง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ต่อมาซีเซี่ยถูกมองโกลกลับมาล้างอาณาจักร

ปี ค.ศ. 1225 ซีเซี่ยถูกบุกรุกจากมองโกลอีกครั้ง สงครามดำเนินได้ไม่นาน จากในอีก 2 ปี มองโกลได้ทำลายอาณาจักรซีเซี่ยจนสิ้น

ในปีเดียวกันนี่เองระหว่าง ที่พำนักอยู่ภายในอาณาจักรซีเซี่ย เจงกิสข่านได้เสด็จสวรรคตลง

จนถึงตอนนี้ อาณาจักรมองโกลยิ่งใหญ่มาก ครอบคลุมต้ั้งแต่ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงแถบทะเลแคสเปี้ยน ซึ่งเจงกิสข่านได้แบ่งอาณาจักรออกให้ลูกเข้าไปปกครอง

ในยุคของ โอโกไตข่าน มองโกลได้กลับมาโจมตีอาณาจักรจินอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มองโกลครอบครองอาณาจักรจินไปกว่าครึ่งแล้ว

แต่ครั้งนี้มองโกลได้จับมือกับซ่งเพื่อช่วยเหลือในการกำจัดจิน โดยที่ซ่งไม่ได้ระวังตัวแม้แต่น้อยเลยว่ามองโกลก็มีเป้าหมายที่จะยึดครองซ่งเช่นกัน

หรือไม่บางทีซ่งอาจจะประเมินชาวมองโกลต่ำเกินไป ว่านักรบบนหลังม้าเหล่านี้จะไม่สามารถตีเมืองที่มีกำแพงแน่นหนาได้

การที่มองโกลยึดครองอาณาจักรได้อย่างกว้างขวาง ทำให้สามารถเกิดการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีซึ่งกันและกันได้ ทำให้ยิ่งมีความได้เปรียบมากขึ้นต่ออาณาจักรจินรวมถึงอาณาจักรซ่งด้วย

ในที่สุด ปี ค.ศ. 1234 อาณาจักรจินได้ถูกล้มล้างลง หลังจากนั้นระหว่างที่ชาวซ่งจะกลับไปยึดครองเมืองหลวงเก่า มองโกลก็ได้ยึดครองไว้ก่อนแล้ว

เราได้เรียนรู้สัจธรรมจากประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อาณาจักรทั้งหลายล้วนเริ่มจากความทะเยอทะยานของผู้นำ และได้รุกรานผู้อื่นเพื่อแย่งดินแดน ดังเช่นอาณาจักรจินที่เคยล้มล้างเหลียวมาก่อน

แต่พอถึงจุดหนึ่งที่มีการเปลี่ยนผู้นำ ความทะเยอทะยานจากที่เคยมีอยู่มากก็ได้ลดลง จนท้ายที่สุดต้องกลับมาเป็นฝ่ายตั้งรับให้กับอาณาจักรใหม่ที่ผู้นำมีความทะเยอทะยานมากกว่า

ถึงแม้อาณาจักรจินจะถึงคราวล้มสลาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวจินจะถูกล้างเผ่าพันธุ์จนสิ้น ซึ่งในอีกหลายศตวรรษให้หลัง ชาวจินนี่เองที่เป็นบรรพบุรุษของชาวแมนจูที่จะเข้ามายึดครองจีน

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1235 เป็นต้นมา อาณาจักรมองโกลและอาณาจักรซ่งก็ได้ทำสงครามกันต่อเนื่องมาอีกนับหลายทศวรรษ


Credit: http://guawesome.com/blog/2018/04/04/มองโกลยุคเฟื่องฟู-ล้มล้/