ส่องธุรกิจของ Oishi

ส่องธุรกิจของ Oishi

เมื่อหลายปีก่อน กระแสเครื่องดื่มชาเชียวค่อนข้างมาแรงพอสมควร

โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแข่งขันโปรโมชั่น แจกทอง แจก iPhone แจกรถ Porsche จนกลายเป็น Talk of the town ทุก ๆ คนน่าจะจดจำกันได้ดี

แต่ในระยะหลายปีหลังมานี้ เรากลับไม่ได้เห็นกระแสเช่นนี้อีกแล้ว

อาจจะเป็นเพราะชาเขียวกลายเป็นสิ่งธรรมดาไม่ใช่แฟชั่นอีกต่อไป หรือกระทั่งโปรโมชั่นต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ ปัจจุบันเครื่องดื่มชาเขียวได้รับความนิยมลดลงจากเมื่อหลายปีก่อนอย่างมาก

ปัจจุบัน Oishi ถือว่าเป็นผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มภายในประเทศ ครองตลาดอยู่สัดส่วนกว่า 50% และรองลงมาคือ Ichitan ที่ 28%

ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจากหลายปีก่อนที่เคยโดน Ichitan ตีตลาดจนล้มไม่เป็นท่า เพราะโปรโมชั่นของ Ichitan ถือว่าเป็นกระแสรุนแรงมากในยุคนั้น

แต่ความได้เปรียบของ Oishi ก็น่าจะเป็นเพราะขนาดบริษัทที่ใหญ่กว่ามาก ทำให้การพ่ายแพ้ให้กับ Ichitan ไม่ได้ส่งผลเสียหายต่อบริษัทมากนัก

Oishi ไม่ได้ขายเฉพาะเครื่องดื่มชาเขียวเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว Oishi ดำเนินธุรกิจร้านอาหารมาตั้งแต่แรกแล้ว

ร้านอาหารในเครือ Oishi มีหลากลายแบรนด์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น

Oishi Grand
Oishi Eaterium
Oishi Buffet
Shabushi
Oishi Ramen
และ Kakashi ร้านที่ได้รับความนิยมอย่างสูงคือ Shabushi ที่มีสาขากว่า 128 แห่งทั่วประเทศ

ธุรกิจอาหารของ Oishi ไม่ได้มีเพียงร้านอาหารเท่านั้น แต่บริษัทยังมีสินค้าแช่แข็งที่ขายตามห้างและร้านสะดวกซื้อด้วย

หากเราเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ 7-11 เราจะพบกับสินค้ามากมายของ Oishi ไม่ว่าจะเป็นแซนวิช เกี๊ยวซ่า และอาหารแช่แข็งหลายรายการ

หากพูดถึง Oishi หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงชาเขียว หรือหลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงอาหาร แต่แท้จริงแล้วบริษัทมีสัดส่วนมาจากทั้งสองประเภทพอ ๆ กัน

credit รูป: www.oishifood.com
ลองมาดูยอดขายของบริษัทกันบ้างว่าเป็นอย่างไร

ปี 2557 – รายได้ 12,516.35 ลบ. กำไร 524.94 ลบ. ปี 2558 – รายได้ 12,963.16 ลบ. กำไร 712.19 ลบ. ปี 2559 – รายได้ 10,508.42 ลบ. กำไร 887.21 ลบ. ปี 2560 – รายได้ 13,677.09 ลบ. กำไร 1,451.69 ลบ.

ยอดขายไม่ค่อยเติบโตเท่าไหร่

เหตุผลที่ Oishi ไม่ค่อยเติบโตดีนักก็น่าจะมาจากชาเขียวเป็นประเด็นสำคัญ เพราะว่าตลาดชาเขียวเคยเติบโตขึ้นไป สูงมาก ๆ เมื่อหลายปีก่อน แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน

จากการที่ปัจจุบันมีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดมากขึ้น ทำให้ชาเขียวกลายเป็นของธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ เครื่องดื่มที่น่าสนใจอื่น ๆ เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดชาเขียวอย่างมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่หลัง ๆ มานี้มีการเติบโตสูงมาก

ส่วนธุรกิจร้านอาหารก็มีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยกันเอง หรือร้านอาหารประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากอาหารญี่ปุ่น

หลัง ๆ มานี้เราจะสังเกตได้ชัดเจนว่าร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพมีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ร้านซูชิ ร้านชาบู หรือร้านปลาแซลม่อนโดยเฉพาะ

ดังนั้นภาพรวมของบริษัททั้งเครื่องดื่มและส่วนของร้านอาหารที่ไม่ค่อยมีการเติบโตเท่าไหร่ เราอาจจะสามารถสรุปได้ 2 แบบคือ กำลังซื้อผู้บริโภคไม่ดี หรือ Oishi ไม่สามารถขยายตลาดได้

ยอดขายไม่โตแต่ OISHI ใช้กลยุทธ์ “ลดต้นทุน” แทน

เราอาจจะสังเกตุว่ายอดขายของ Oishi ไม่ค่อยเติบโตเท่าไหร่นัก แต่กำไรของกลับปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก

สาเหตุที่ Oishi สามารถสร้างกำไรเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากขนาดของยอดขายที่สูงมาก หากสามารถลดต้นทุนได้เพียงเล็กน้อย กำไรก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการกลับมาลดต้นทุนก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

หลาย ๆ ครั้งเรามองที่จะเติบโตมากเกินไป จนลืมกลับมาดูว่าเราจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของตนเองได้อย่างไรบ้าง

เพราะบางครั้งการเพิ่มประสิทธิภาพอาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าคิดแต่จะโตเพียงอย่างเดียว


Credit: http://guawesome.com/blog/2018/03/07/ส่องธุรกิจของ-oishi/