ประวัติศาสตร์ของฟองสบู่

ประวัติศาสตร์ของฟองสบู่

ในปัจจุบัน ทุกคนก็คงจะเคยได้ยินเรื่องราวของ Bitcoin กันไม่มากก็น้อย

เมื่อผ่านมาเร็ว ๆ นี้ราคาของ Bitcoin เคยขึ้นไปอยู่สูงถึง $20,000 ก่อนที่จะร่วงลงมาต่ำสุดราว ๆ $6,000 ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเศษๆเท่านั้น หลาย ๆ คนที่เข้าไปซื้อตอนช่วงราคา $20,000 ตอนนี้ก็คงจะพบกับการขาดทุนอย่างหนักหนาสาหัส

เหตุการณ์ Bitcoin ในปัจจุบันทำให้ผมนึกย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ว่า จริง ๆ แล้วก็มีเหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้ด้วยเหมือนกัน เริ่มจากฟองสบู่ของดอกทิวลิปที่เกิดขึ้นในประเทศเนเธอแลนด์ เมื่อช่วงปี ค.ศ. 1637

ดอกทิวลิปเป็นดอกไม้ที่มีความนิยมมากของผู้คนในสมัยนั้น ความพิเศษของดอกทิวลิปก็คือ หากดอกใดติดเชื้อ ก็จะทำให้กลีบดอกไม้มีลวดลายที่สวยงาม ผู้คนยอมจ่ายราคาให้ดอกทิวลิปที่มีลวดลายสวยงามจนเริ่มเกิดเป็นกระแส และราคาของดอกทิวลิปก็ถูกดันให้สูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

เมื่อราคาขึ้นถึงจุดหนึ่ง จากที่ดอกทิวลิปมีการซื้อขายภายในวงการ ก็ได้เริ่มเข้าสู่คนจำนวนมากมากขึ้น ราคาของดอกทิวลิป จึงสูงขึ้นแบบไม่มีท่าทีจะหยุด บางคนก็ยอมขายบ้านเพื่อที่จะมาเก็งกำไรในดอกทิวลิป

บางแหล่งข้อมูลกล่าวว่า ราคาของดอกทิวลิปนั้นขึ้นไปสูงกว่าค่าแรงของช่างฝีมือเป็น 10 เท่าเสียอีก และมีการเปลี่ยนมือระหว่างคนซื้อและคนขายกว่า 10 คนต่อวัน โดยผู้ซื้อไปยังไม่เคยได้เห็นหน้าตาดอกไม้ด้วยซ้ำ แต่ท้ายที่สุด เมื่อไม่มีใครต้องการที่จะซื้อดอกทิวลิปต่อ ราคาก็ร่วงลงมาอย่างหนัก และนี่ก็ถือว่าเป็นฟองสบู่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นภายในปี ค.ศ. 1636 – 1637

เหตุการณ์ที่สองยังคงวนเวียนอยู่ในยุโรป

ฟองสบู่บริษัททะเลใต้ เป็นอีกเหตุการณ์ที่น่าจดจำ ซึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1720 บริษัททะเลใต้ เป็นบริษัทเดินทะเลที่ได้รับสัมปทานผูกขาดการค้าในทะเลตอนใต้ของอักกฤษ แลกกับการผ่อนภาระหนี้ให้รัฐบาล 10 ล้านปอนด์

การผ่อนชำระหนี้ให้กับรัฐบาลถือว่าเป็นนโยบายที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน ทำให้บริษัททะเลใต้เป็นที่รู้จักของคนจำนวนมาก ในสมัยนั้น การเดินทะเลถือว่าเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนที่ดีมาก ทำให้ผู้คนต่างสามารถฝันหวานเกี่ยวกับธุรกิจการค้าทางทะเล และเชื่อว่าบริษัทจะสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาล

เมื่อรวมกับความสามารถในการสร้างภาพของผู้บริหาร ทำให้บริษัทนี้เป็นที่นิยมของผู้คนอย่างมาก ตั้งแต่คนธรรมดาไปจนถึงชนชั้นสูง ความเป็นที่นิยมของหุ้น ประกอบกับราคาหุ้นที่สูงขึ้น เครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ ก็ถูกสร้างมาเพื่อรองรับกับการเก็งกำไรหุ้นตัวนี้

ท้ายที่สุดเมื่อผู้บริหารตระหนักดีว่าราคาหุ้นไม่สมเหตุสมผลกับความจริงของบริษัทก็เริ่มขายออกมาหมด เมื่อข่าวร้ายไม่สามารถเก็บเป็นความลับอีกต่อไป ข่าวก็เริ่มแพร่กระจายออกไปในวงกว้างมากขึ้น จนเกิดการล่มสลายของราคาหุ้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1720 – 1721

ราคาหุ้นของบริษัททะเลใต้ เครดิตรูป: https://www.ofwealth.com/smashed-to-the-dot-com-bubble/ ราคาหุ้นของบริษัททะเลใต้ เครดิตรูป: https://www.ofwealth.com/smashed-to-the-dot-com-bubble/

ยังมีเหตุการณ์ฟองสบู่อีกหลาย ๆ ครั้งที่ประวัติศาสตร์สอนเรา เช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง (1997), Dotcom crisis (2001) หรือ Subprime (2008)

ถึงแม้ฟองสบู่จะเกิดกับสินทรัพย์ที่แตกต่างกันในแต่ละเหตุการณ์ แต่ความคล้ายคลึงกันก็คือ ผู้คนมองเห็นแต่กำไร และหละหลวมในการใช้เหตุผล และท้ายที่สุดก็จะต้องมีคนที่เริ่มฉุกคิดและเริ่มใช้เหตุผลมากขึ้น และเมื่อนั้นก็คือจุดเริ่มต้นของจุดจบ

แม้ประวัติศาสตร์จะสอนเรามาหลายต่อหลายครั้ง แต่ประวัติศาสตร์ก็ได้สอนอีกเรื่องหนึ่งคือ​ “มนุษย์จำประวัติศาสตร์ไม่ได้”

ปัจจุบันเหตุการณ์ Bitcoin คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อย่างมาก Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีผู้คนเริ่มรู้จักมากขึ้น วันนี้หันไปถามใครแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ผู้คนที่รู้จัก Bitcoin ก็เพียงแค่ในแง่ของราคาที่สูงขึ้นหรือมีการเก็งกำไรเท่านั้น ไม่ใช่ในแง่ของการใช้งานจริง ๆ

ความคล้ายกันของเหตุการณ์ Bitcoin และประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา คือ

แทบจะทุกคนรู้จัก และรับรู้ไปหมดแล้วว่าสามารถทำกำไรจากมันได้ มีการผลัดเปลี่ยนมือกันหลายคนต่อวัน มีการใช้งานจริง ๆ น้อยมาก มีเครื่องมือทางการเงินเพื่อการเก็งกำไรโดยเฉพาะเกิดขึ้น Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีปันผล แปลว่าหากต้องการเงินสดก็จะต้องขายออกมาเท่านั้น

ลองนึกดูว่าหากเรามีต้นทุน Bitcoin ที่ $100 โดยที่ปัจจุบันราคาซื้อขายกันที่ $6,000 เราจะอยากขายออกเพื่อนำเงินสดออกมาหรือไม่ ?

ในช่วงที่ผ่านมา Bitcoin ราคาร่วงลงจาก $20,000 เหลือเพียง $6,000 ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าจะใช่ฟองสบู่หรือเปล่าเพราะจากประวัติศาสตร์ ฟองสบู่มักจะทำให้ราคาของสินทรัพย์ร่วงลงกว่า 90% จากราคาสูงสุด ซึ่งปัจจุบันราคาของ Bitcoin ร่วงลงเพียงราว ๆ 60% เท่านั้น

ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะถึงขั้นฟองสบู่หรือไม่ แต่ลักษณะหลาย ๆ อย่างก็คล้ายคลึงกับเหตุการณ์เดิมๆในประวัติศาสตร์อย่างมาก หากมีความคล้ายคลึงกันมากขนาดนี้ โอกาสที่จะจบไม่สวยก็น่าจะมีไม่น้อย

ดังนั้นหากใครที่กำลังสนใจหรือกำลังจะเข้าสู่วงการนี้ ก็ขอให้ศึกษาให้ดี ๆ ก่อน เพราะการอยู่เฉย ๆ บางทีก็ดีกว่าเข้าไปแล้วเจ็บตัว


Credit: http://guawesome.com/blog/2018/02/13/ประวัติศาสตร์ของฟองสบู/

Sappe ถือว่าเป็นบริษัทขายเครื่องดื่มที่อยู่ในตลาดมานานพอสมควร ในขณะที่มีหลายเจ้าล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก สิ…