ส่องผลตอบแทนพอร์ต Equity - REITs vs SET ครึ่งปีแรก 2562

ส่องผลตอบแทนพอร์ต Equity - REITs vs SET ครึ่งปีแรก 2562

หลังจากการที่ผมได้ศึกษาวิธีการลงทุนให้พ่อและแม่ยามเกษีนณที่ผมเคยเขียนไปในบทความก่อนๆ เลือกหุ้นให้พ่อแม่ยามเกษียณ - ตอนแรก และ เลือกหุ้นให้พ่อแม่ยามเกษียณ - REIT, PF, IF

ไม่น่าเชื่อว่าผมก็ได้มีโอกาสในการออกพอร์ตการลงทุนจริงๆ โดยได้รับโอกาสจากทาง Finnomena ซึ่งผมก็ไม่ลังเลเลยที่จะนำแนวคิดนี่มาประยุกต์ใช้

พอร์ตนี้มีชื่อว่า Best of Risk Adjusted Return - Equity REITs ซึ่ง Concept นั้นก็ตรงชื่อเลยครับ คัดเลือกกองทุนที่ทำผลตอบแทนต่อความเสี่ยงได้ดีที่สุด โดยผสมระหว่างกองทุนหุ้นและกองทุนอสังหาริมทรัพย์

พอร์ตนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการเกษียณของพ่อแม่ของผมเอง ผมต้องการสร้างความเสถียรของเงินต้นให้ได้มากที่สุด ในขณะที่ผลตอบแทนยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

เพราะแท้จริงแล้วในโลกของการลงทุนนั้น ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวอาจจะไม่ได้มาจากการสร้างผลตอบแทนให้ได้สูงที่สุดเสมอไป แต่เป็นการขาดทุนให้น้อยที่สุดในช่วงเวลาที่ไม่ดีด้วยเช่นกัน

ถ้าใครสนใจอ่านแนวคิดเพิ่มเติมก็แนะนำอ่านได้ที่นี่ครับ หุ้นคู่อสังหาฯ มุ่งเน้นผลตอบแทนภายใต้เสถียรภาพ

เนื่องจากผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญและจบมาทางตรง ผมเลยไม่ค่อยถนัดทำอะไรที่ยากมากครับ จะเน้นความเรียบง่ายแต่ใช้ได้จริง

ถ้าเราไปดูไส้ในของพอร์ตก็จะพบกองทุนทั้งหมด 4 กองทุนที่ผมคัดเลือกไว้ มีการแบ่งสัดส่วนเท่ากัน 25% โดย 2 กองทุนจะลงทุนในหุ้น ส่วนอีก 2 กองทุนจะลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

สัดส่วนเป็นตามนี้ครับ

  1. กองทุนหุ้น TISCOEGF สัดส่วน 25%
  2. กองทุนหุ้น JB25 สัดส่วน 25%
  3. กองทุนอสังหาริมทรัพย์ TMBPIPF สัดส่วน 25%
  4. กองทุนอสังหาริมทรัพย์ M-PROP DIV สัดส่วน 25%

กองทุนหุ้นจะเน้น Large Cap. เป็นส่วนใหญ่ เพราะต้องการความผันผวนที่ต่ำกว่าหุ้นเป็น Mid-Small Cap. รวมไปถึงกองทุนที่เลือกมานั้นต้องมีการกระจายความเสี่ยงไปในหลายอุตสาหกรรมด้วย

ส่วนจุดเด่นของกองทุนประเภท REIT นั้นจะไม่ใช่เรื่องของกำไรจาก Capital Gain แต่เป็นผลตอบแทนการลงทุนที่สม่ำเสมอและสามารถคาดการณ์ได้ง่าย

เมื่อลอง Back test ไปก็พบว่าผลลัพธ์ออกมาตรงกับทฤษฎีพอสมควรดูจากกราฟครับ

ถ้าลองดูดีๆจะเห็นว่าพอร์ตของผมเส้นสีเขียวจะมีความผันผวนต่ำกว่า SET Total Return ชัดเจนครับ

ในช่วงที่ตลาดหุ้นขึ้นก็อาจจะขึ้นน้อยกว่าบ้างเล็กน้อยเพราะพอร์ตของผมถือหุ้นเพียง 50% แต่ถ้าดูช่วงตลาดลงพอร์ตของผมก็ลงน้อยกว่าเช่นกัน

แต่ท้ายที่สุดแล้วพอร์ตของผมกลับสร้างผลตอบแทนได้เสถียรมากกว่า ทำให้เมื่อจบเดือนมกราคมต้นปี 2562 พอร์ตของผมโชคดีได้ผลตอบแทนสูงกว่า SET เสียอีก

ทั้งหมดดูเหมือนว่าจะดูดีเมื่อรัน Back test ย้อนหลัง แต่ยังไม่สามารถด่วนสรุปได้ถ้าเรายังไม่ได้ลองใช้งานจริง

ผลงานครึ่งปีแรก 2562

เราลองมาดูผลงานครั้งปีแรก 2562 กันดีกว่าครับว่าพอร์ตของผมจะเป็นอย่างไรบ้าง

1. TISCOEGF +8.30%

TISCOEGF

2. JB25 +10.41%

JB25

3. TMBPIPF +15.04%

TMBPIPF

4. M-PROP DIV +16.97%

M-PROP DIV

ในช่วงเดือน 6 เป็นเดือนที่ตลาดหุ้นขึ้นมาค่อนข้างเยอะ แต่ดูเหมือนว่ากองอสังหาริมทรัพย์จะทำผลตอบแทนได้สูงกว่ากองทุนหุ้นอีกครับ ซึ่งผมคิดว่าค่อนข้างขัดกับหลักการ High Risk High Return พอสมควร

สาเหตุที่ผมพอจะมีคำตอบให้ได้ก็น่าจะเป็นเพราะนักลงทุนเริ่มกลัวความผันผวนของตลาดหุ้นและนำเงินมาลงกองทุนอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น นั่นเป็นเหตุผลทำให้ราคาหุ้นของกองทุนเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นมาค่อนข้างมาก

แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราครับ ผมไม่คิดว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์จะรักษาผลตอบแทนที่ดีขนาดนี้ไว้ได้ในระยะยาว ดังนั้นอย่าไปยึดติดกับผลตอบแทนในอดีตมาก ผมคาดหวังกองทุนประเภทนี้ไว้เพียง 7% เท่านั้น

ภาพสุดท้ายนี้ เราลองมาดูกราฟเปรียบเทียบระหว่างพอร์ตนี้กับดัชนีตลาดตั้งแต่พอร์ตเริ่มออกดีกว่าครับ

โดยรวมแล้วผลงาน 2 เดือนที่ผ่านมาพอร์ตของผมตกลงน้อยที่สุด และทำให้ผลตอบแทนยังนำดัชนีอื่นๆ

แต่ถ้าเทียบดูในครึ่งปีแรกแล้ว พอร์ตนี้สร้างผลตอบแทนประมาณ 12.6% เทียบกับ SET น่าจะได้ใกล้เคียงกัน ถึงแม้ผลตอบแทนจะพอๆกัน แต่พอร์ตของผมก็ยังคง Concept ผันผวนต่ำกว่าครับ

จริงๆแล้วผมก็ไม่อยากให้โฟกัสภาพสั้นๆเท่าไหร่หรอกครับ ผู้ลงทุนควรจะมองให้ยาวเข้าไว้ เพราะถึงแม้ผลตอบแทนระยะสั้นจะดี แต่ก็ไม่ควรประมาทว่าจะสามารถทำผลตอบแทนระยะยาวได้ดีไปด้วย

.

ความคิดเห็นเกี่ยวกับพอร์ต

โดยรวมพอร์ตก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีตามที่ได้วางแผนไว้ครับ แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจอาจจะยังดูไม่ดี แต่พอร์ตนี้ก็ออกแบบมาให้พร้อมรับมือกับความผันผวนพอสมควร

ถ้าตลาดหุ้นมีการปรับฐานก็ยังมีกองทุนอสังหาริมทรัพย์คอยให้กระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอครับ

การปรับพอร์ตผมจะเน้นแบบ Passive มากกว่าและไม่คาดเดาตลาด โดยจะปรับก็ต่อเมื่อกองทุนในรายชื่อมีอันดับผลงานที่เปลี่ยนแปลงไป และจะพยายาม Rebalance ให้สัดส่วนของแต่ละกองอยู่ที่ประมาณ 25% อยู่เสมอ

ผมคาดว่าคงปรับเพียงปีละ 1-2 ครั้ง อ่อ และข้อดีอีกอย่างของการปรับพอร์ตไม่บ่อยคือจ่ายค่าคอมฯน้อยครับ

ผมก็ไม่ได้อยากชักชวนให้ทุกคนมาลงทุนในพอร์ตของผมนะครับ แต่อยากแบ่งปันแนวคิดการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนให้กับทุกคนมากกว่า

ใครสนใจแนวทางนี้ก็สามารถลงทุนเองได้เลยครับ แต่ข้อเสียก็มีครับ คือคุณก็จะต้องติดตามดูแลพอร์ตด้วยตัวเอง แต่ใครที่ไม่มีเวลาหรือไม่มีประสบการณ์บริหารพอร์ต ก็ให้ทาง Finnomena มาดูแลให้ได้เหมือนกันครับ

ท้ายที่สุดนี้ผมมีความคาดหวังว่าแนวทางนี้จะให้ประโยชน์และความรู้ ถ้าสามารถนำไปต่อยอดได้จะเป็นเรื่องน่ายินดีครับ


ติดตามแบ่งปันความรู้การลงทุนได้ที่ Investdiary