ซื้อหุ้นเพราะราคาถูกจะขาดทุนได้อย่างไร?

ซื้อหุ้นเพราะราคาถูกจะขาดทุนได้อย่างไร?

หากเราเป็นนักลงทุนที่เน้นพื้นฐานเป็นหลัก เราก็มักจะรู้สึกอยากลงทุนเพราะเห็นว่าหุ้น "ราคาไม่แพง"

เหมือนอย่างหุ้นกลุ่มธนาคารในตอนช่วงนี้ ที่เราอาจจะรู้สึกว่ามีราคาไม่แพงและน่าลงทุน... แต่นั่นถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว

จริงอยู่ว่าหุ้นกลุ่มธนาคารในตอนนี้อาจจะมีราคาที่ไม่แพงมากนัก มี PBV ต่ำกว่า 1 เท่าแทบทั้งหมด ซึ่งหากมองผ่านๆแล้วอาจจะดูน่าลงทุนมากจนสามารถปิดประตูแพ้ไปได้เลย

แต่ความจริงแล้วที่เรารู้สึกไม่แพงนั้น อาจจะเป็นเพราะมันดูไม่แพงเมื่อเทียบกับ "อดีต" ไม่ใช่ "อนาคต"

หลายๆครั้งนักลงทุนมักจะชอบอ้างอิงคำว่า "ราคาถูก" กับราคาหุ้นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งนี่เป็นอันตรายต่อการลงทุนอย่างมาก

การที่หุ้นอาจจะเคยขึ้นไปซื้อขายในราคาสูงในอดีตไม่ได้เป็นเรื่องการันตีว่าหุ้นนั้นจะสามารถกลับไปซื้อขายในราคาสูงได้อีกครั้งหนึ่ง

NIKKEI 40,000 จุด

ยกตัวอย่างดัชนีตลาดหุ้น Nikkei ที่เคยขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่เกือบ 40,000 จุดในปี 1989 นั้นเป็นตัวอย่างที่ดีมาก

ผ่านมาแล้วถึง 30 ปี หลังจากจุดสูงสุดนั้นเอง ดัชนี Nikkei ก็ยังไม่สามารถกลับขึ้นไปซื้อขายที่บริเวณนั้นได้เลย โดยปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่ 22,000 จุด โดยประมาณ

ดังนั้นกรณีนักลงทุนจะต้องมองภาพของเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้ออกว่าการที่ดัชนีลงมาจากจุดสูงจุดเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวร เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวตัดสินระหว่างราคา "ถูก" หรือ "แพง​" เมื่อเทียบกับอนาคตของญี่ปุ่น

จะสังเกตว่านักลงทุนไม่ควรใช้อดีตเป็นตัวตัดสินความถูกแพง การที่ญี่ปุ่นเคยรุ่งเรืองไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่นจะสามารถรักษาความรุ่งเรืองเช่นเดิมไว้ได้

BANPU ยุครุ่งเรือง

ตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งจะขอพูดถึงหุ้นใน SET กันบ้าง นั้นก็คือหุ้น BANPU

BANPU เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ ซึ่งครั้งหนึ่งอุตสาหกรรมนี้เคยรุ่งเรืองมากถึงขีดสุด ราคาหุ้นเคยขึ้นไปสูงสุดกว่า 80 บาท ในปี 2554 (ราคาหลังปรับพาร์) และปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายอยู่ประมาณ 12 บาท

หากถามว่า BANPU จะสามารถกลับไปรุ่งเรืองแบบอดีตได้หรือไม่ คำตอบคือ "ไม่" ถ้าหาก BANPU ยังอยู่ในธุรกิจเดิม

ดังนั้นหาก BANPU ยังหวังพึ่งพาธุรกิจเดิมเพียงอย่างเดียว ราคาซื้อขายปัจจุบันอาจจะดูเหมือนไม่แพงเมื่อเทียบกับอดีต แต่จะดูแพงเมื่อเทียบกับอนาคต

ปัจจุบัน BANPU ได้ขยายธุรกิจออกไปมากกว่าเพียงแค่ถ่านหิน เช่น​ โรงไฟฟ้า ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และล่าสุดได้ลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังผลิตได้ถึง 1 GWh

ตอบไม่ได้ว่าราคาที่ซื้อขายอยู่ปัจจุบันของ BANPU นั้น ถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับอนาคต แต่ที่แน่ๆคือ BANPU น่าจะมีอนาคตที่ดีกว่ามีแค่ถ่านหินเพียงอย่างเดียว

หุ้น BANK P/BV ต่ำ 1

กลับมาที่หุ้นกลุ่มธนาคารในช่วงปัจจุบัน สรุปแล้วราคาตอนนี้ที่ PBV ต่ำกว่า 1 มีราคาถูกหรือแพง?

ถ้าย้อนดู 1-2 ปี ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มธนาคารมีราคาซื้อขายปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดกว่า -40% นับว่าเป็นการปรับตัวที่เยอะพอสมควร

การที่หุ้นกลุ่มธนาคารถูกลดมูลค่าลงนั้นสาเหตุมาจากหลายๆปัจจัย เช่น การ Disrupt จากเทคโนโลยีใหม่ๆจากทั่วทุกทิศ หลายๆธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเงินก็เข้ามาแข่งขันกับธนาคารได้โดยตรง

รวมไปถึงภาพเศรษฐกิจของทั่วโลกและประเทศไทยกำลังชะลอตัวลงส่งผลโดยตรงต่อธนาคาร เพราะภาคธุรกิจก็จะมีแนวโน้มขอสินเชื่อจากธนาคารที่น้อยลง และแนวโน้มหนี้เสียก็มีโอกาสเกิดได้สูงขึ้น

การปรับตัวลงมาพอสมควรของกลุ่มธนาคารก็ดูสมเหตุสมผลกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่คำถามคือเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวร? ธนาคารจะปรับตัวตามทันโลกที่เปลี่ยนแปลงหรือไม่?

ประเด็นเรื่องภาพเศรษฐกิจนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นชั่วคราว ดังนั้นราคาปัจจุบันก็อาจจะมีราคาถูกเมื่อเทียบกับอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้น

ส่วนประเด็นเรื่องการ Disrupt จากหลากหลายอุตสาหกรรมนั้นธนาคารก็ได้มีการปรับตัวพอสมควร เพียงแต่ต้องยอมรับว่าธนาคารอาจจะไม่สามารถเดินตามทันโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายนัก

สรุป

นักลงทุนไม่ควรใช้อดีตมาตัดสินความถูกหรือแพงของราคาหุ้น เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือแนวโน้มในอนาคต ดังนั้นหากจะลงทุนก็ต้องเข้าใจอนาคตของธุรกิจ หากเราไม่เข้าใจก็ไม่ควรลงทุน