4 แหล่งข้อมูลหุ้นชั้นยอด ในเว็บ SET.or.th

4 แหล่งข้อมูลหุ้นชั้นยอด ในเว็บ SET.or.th

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นลงทุนหรือนักลงทุนสายเทคนิคอลที่ต้องการดูพื้นฐานของบริษัทเพิ่มเติมก่อนการลงทุน แต่ไม่รู้ว่าจะหาข้อมูลได้จากไหน วันนี้ผมมีแนวทางง่ายๆ สำหรับการเริ่มต้น และเพื่อนำไปต่อยอดมาฝากครับ

เนื่องจากตัวผมเองชื่นชอบการลงทุนแบบเน้นปัจจัยพื้นฐานและการเติบโตของบริษัทเป็นหลัก ดังนั้นแนวทางการลงทุนของผมจะอิงอยู่กับข้อมูลพื้นฐานของบริษัทมากกว่าการมองกราฟราคา

สิ่งที่ผมทำเป็นประจำคือหาข้อมูลของบริษัทให้ได้มากที่สุด ซึ่งมีหลากหลายเว็บไซต์ให้เราค้นหาข้อมูลได้

แต่เว็บไซต์ที่ผมเข้าใช้งานบ่อยที่สุดก็จะเป็นเว็บของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET.or.th ครับ เนื่องจากเป็นแหล่งมีข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้

มาลองดูกันครับว่าหากอยากลงทุนหุ้น เราจะสามารถหาข้อมูลอะไรได้บ้างจากเว็บไซต์ SET.or.th

1. ข้อมูลบริษัทเบื้องต้น

การเข้าใจธุรกิจเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการลงทุน แต่ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนมีข้อควรรู้อยู่ 3 ข้อครับ

1.1 ต้องเข้าใจว่าธุรกิจขายอะไรและแนวโน้มอุตสาหกรรมนั้นดีหรือไม่ ส่วนนี้เราสามารถหาอ่านได้จะรายงานประจำปี ตัวอย่างตามตัวอย่าง Link นี้ครับ

ถ้าพบบริษัทไหนอยู่ในอุตสาหกรรมที่ย่ำแย่ให้ตัดทิ้งไปได้เลยครับ ยกเว้นนักลงทุนคิดว่าตัวเองมีความสามารถเพียงพอก็อาจจะลงทุนได้ไม่ว่ากันครับ

1.2 บริษัทที่จะลงทุนจะต้องมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากปัจจุบันเท่านั้น ยอดขายและกำไรจะต้องเติบโตควบคู่กันจะดีที่สุด แต่หากดีขึ้นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ถือว่าดีรองลงมา ข้อมูลส่วนนี้สามารถหาได้ตาม Link นี้ครับ

ความหมายของคำว่า "ดีขึ้น" ก็คือแนวโน้มในอนาคตจะดีกว่าปัจจุบัน เช่น ปีนี้ขาดทุนและปีหน้าจะกำไร หรือ ปีนี้กำไรน้อยและปีหน้าจะกำไรเติบโตขึ้น ทั้งสองอย่างน่าลงทุนทั้งคู่ครับ

ส่วนบริษัทไหนที่กำลังแย่ลงก็รอดูเชิงไปก่อนครับไม่ต้องรีบร้อน ในระหว่างที่รอก็ยังสามารถศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนั้นไปพลางๆได้ครับ

1.3 ราคาหุ้นที่จะซื้อต้องไม่แพง ซึ่งปัจจัยนี้สำคัญมากกว่าสองข้อแรกเสียอีก เพราะบางครั้งเราซื้อหุ้นได้ถูกมากๆก็อาจจะสามารถทำกำไรให้เราได้โดยที่บริษัทไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพที่ดีเยี่ยมเลย

หลักการดูหุ้นที่ราคาไม่แพงที่ง่ายที่สุดคือ "PE ต้องต่ำ ปันผลต้องสูง" และที่สำคัญ "อนาคต PE ต้องต่ำลง ปันผลต้องสูงขึ้น" ด้วย

2. ผลประกอบการและข่าว

หลังจากที่เราได้รายชื่อบริษัทที่เราสนใจลงทุนแล้ว เราจะต้องติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่องเพื่อดูพัฒนาการและแนวโน้มของบริษัท

โดยปกติแล้วตลาดหลักทรัพย์จะเป็นแหล่งข้อมูลแห่งแรกที่บริษัทจะประกาศข่าวที่มีนัยสำคัญหรือผลการดำเนินงาน ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้ช่องทางตาม Link นี้ได้ครับ

ปัจจัยที่สำคัญคือการหมั่นตรวจสอบบริษัทอย่างสม่ำเสมอ หากบริษัทเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้เราก็อาจลงทุนเพิ่มได้ หรือหากบริษัทไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้เราก็สามารถลดการลงทุนได้เช่นกัน

Set.or.th

3. Opportunity Day

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถือเป็นตลาดหุ้นที่มีความพร้อมสำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างมาก ดูจากการพัฒนานโยบายต่างๆรวมไปถึง Opportunity Day (เรียกสั้นๆว่า Opp Day) ก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับนักลงทุนรายย่อยเช่นกัน

Opp Day คือการจัดงานแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสของแต่ละบริษัท โดยงานนี้จะจัดที่ตึกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบนถนนรัชดาเพื่อให้นักลงทุนได้เข้าร่วมและถามคำถามผู้บริหารโดยตรง

ทุกไตรมาสจะมีตารางวันที่เตรียมไว้ให้นักลงทุนวางแผนรับชมบริษัทที่สนใจ แต่หากใครที่ไม่มีโอกาสได้ไปเข้าร่วมก็ยังสามารถรับชมที่บ้านได้ผ่านทาง Live Streaming หรือ หากไม่สามารถดูสดได้ก็ยังดูย้อนหลังผ่าน Youtube ได้เช่นกัน

เทคนิกที่ผมใช้เป็นประจำคือดูย้อนหลังผ่าน Youtube ครับ ซึ่งเราสามารถเร่งความเร็วใน Youtube เพิ่มเป็นระดับ 1.5x - 1.75x เพื่อประหยัดเวลารับฟังลงเกือบเท่าตัว เหมาะมากๆสำหรับใครที่เวลาน้อย และหากบริษัทใดน่าสนใจเป็นพิเศษค่อยตั้งใจฟังซ้ำอีกรอบก็ได้เช่นกัน

หลักการดู Opp Day นั้นไม่ยากครับ สิ่งที่นักลงทุนจะต้องโฟกัสคือ แผนในอนาคตของบริษัทและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นหลัก เพราะส่ิงเหล่านี้หาไม่ได้จากรายงานประจำปีครับ

และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบริษัทก็อย่าลืมวางแผนและเตรียมคำถามไปถามผู้บริหารโดยตรงได้เลย ใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูตารางวันที่ได้ตาม Link นี้ครับ

Oppday calendar

4. บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักลงทุน เพราะบางครั้งข้อมูลเชิงลึกที่นักลงทุนรายย่อยไม่สามารถหาได้เกี่ยวกับบริษัทก็จะมีอยู่ในบทวิเคราะห์ด้วย

เทคนิกการอ่านบทวิเคราะห์ให้ตัดเรื่องของราคาเป้าหมายออกไปก่อน และให้ความข้อมูลดิบ เช่น สรุปผลการดำเนินงานของบริษัท แผนงานในอนาคต หรือบางครั้งบทวิเคราะห์ก็จะรวมภาวะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไว้ด้วย

ข้อจำกัดคือ บทวิเคราะห์ที่นักลงทุนสามารถหาอ่านได้นั้นมีจำนวนจำกัดมากๆ และส่วนใหญ่ก็ครอบคลุมเฉพาะบริษัทใน SET 100 เท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมไปถึงบริษัทที่คุณภาพดีขนาดเล็กๆนัก

ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมีจำนวนนักวิเคราะห์ไม่เพียงพอครอบคลุมบริษัทในตลาดทั้งหมด ทำให้บางครั้งนักลงทุนก็อาจจะไม่สามารถหาข้อมูลบริษัทเหล่านั้นเพื่อตัดสินใจลงทุนได้

ด้วยเหตุนี้เอง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. และสมาคมนักวิเคราะห์ฯ แห่งประเทศไทยจึงร่วมกันผลักดันให้เรามีบทวิเคราะห์คุณภาพหาอ่านได้ครบทุกบริษัทมากขึ้นผ่านโครงการ Extended Research Coverage (ERC)

ซึ่งโครงการนี้มีนักวิเคราะห์จากหลากหลาย บล. เข้าร่วมและช่วยกันเจาะลึกบริษัทให้นักลงทุน ตั้งแต่

  1. วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจ โครงการอนาคต ความคืบหน้าล่าสุด
  2. ประมาณการทางการเงินอย่างน้อย 2 ปี
  3. วิเคราะห์ความเสี่ยงที่สามารถเป็นไปได้
  4. ภาวะอุตสาหกรรม (อันนี้ดีมากๆ)

ส่วนปัจจุบันก็มีอยู่หลายสิบบริษัทแล้วและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าหลังจากนี้นักลงทุนคงจะมีบทวิเคราะห์คุณภาพครอบคลุมเพิ่มขึ้นอีกหลักร้อยบริษัทภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ดูเพิ่มเติมได้ตาม Link นี้ครับ

Settrade บทวิเคราะห์

สรุป

จริงๆแล้วยังมีข้อมูลอีกมากที่นักลงทุนสามารถเข้าไปค้นหาและศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ SET.or.th เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน

การลงทุนนั้นไม่ใช่ High Risk High Return อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็น High Information High Return ต่างหาก

นักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนให้ยอดเยี่ยมและได้กำไรอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความขยันหมั่นเพียรศึกษาหาข้อมูลอยู่อย่างสม่ำเสมอ

เพราะการลงทุนไม่เคยหยุดนิ่งหรือมีสูตรสำเร็จ เมื่อเวลาเปลี่ยนไปแนวทางการลงทุนก็ย่อมจะต้องเปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงก็คือ "การเรียนรู้ตลอดชีวิต"