โอกาสลงทุนของคนวัยทำงานในรอบ 10 ปี

โอกาสลงทุนของคนวัยทำงานในรอบ 10 ปี

“เมื่อมีวิกฤติ ย่อมมีโอกาสเสมอ” แต่โอกาสจะไม่เกิดขึ้นหากเราเองไม่มีความรู้พร้อมรับมือ

วิกฤติ Covid-19 เป็นวิกฤติที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้นี่เป็นโอกาสทองในการลงทุนที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีเช่นกัน

ทำไมวิกฤติถึงเป็นโอกาสทองในการลงทุน?

นั่นก็เพราะว่าวิกฤติมักจะนำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่โลกของเรา ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติทางการเงิน วิกฤติฟองสบู่อสังหาฯ วิกฤติภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือแม้กระทั้งวิกฤติโรคระบาดก็ตาม

การเปลี่ยนแปลงนั้นก่อให้เกิดโลก 2 ฝั่งเสมอ คือ ฝั่งที่เสียผลประโยชน์และฝั่งที่ได้ผลประโยชน์

หากเราสามารถนำพาตัวเราเองไปอยู่ในฝั่งที่ได้รับผลประโยชน์ได้ เราก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดมาก

โดยทั่วไปแล้วสินทรัพย์ทุกประเภทมักจะมีมูลค่าในตัวของมันเองเสมอไม่ว่าจะเป็น หุ้น อสังหาฯ กองทุน ของเก่าสะสม หรือ รูปวาด เป็นต้น

ในสภาวะปกตินั้นผู้คนต่างแลกเปลี่ยนสินทรัพย์แต่ละประเภทโดยอ้างอิงกับมูลค่าพื้นฐานเป็นหลัก

ทำให้การที่ผู้ขายจะยอมขายสินทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ามากๆนั้นมักจะไม่เกิดขึ้นบ่อย นอกเสียจากว่าผู้ขายต้องการเงินสดอย่างมาก ในขณะที่สินทรัพย์นั้นมูลค่ายังคงเท่าเดิม

นี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาสินทรัพย์ต่างๆลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดวิกฤติ เนื่องจากผู้คนต่างแย่งกันขายสินทรัพย์เพื่อถือเงินสดกันจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

เมื่อสินทรัพย์ทั้งหลายมีราคาที่ลดลงถึงจุดหนึ่ง ย่อมกระตุ้นให้คนอีกกลุ่มที่มีความพร้อมกว่าเข้ามาซื้อเพราะเชื่อว่าราคานั้นต่ำมากพอที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

ผลตอบแทนของ Set

จากรูปเราจะเห็นผลตอบแทนหากเราลงทุนผ่านวิกฤติไม่ว่าจะเราได้ลงทุนในช่วงวิกฤติหรือพลาด 1, 3, 6 เดือนแรกของการฟื้นตัว ผลตอบแทนก็ยังถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก

เราจะเห็นแล้วว่าผู้ที่จะได้ประโยชน์จากวิกฤติในสถานการณ์นี้คือผู้ที่มีเงินสดพร้อมซื้อสินทรัพย์ที่ราคาร่วงลงมา

ใครที่มีงานทำมีเงินเดือนในช่วงเวลานี้ถือว่าโชคดีมากครับ

แต่มีเงินอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ผู้ซื้อจะต้องมีความรู้และมองอนาคตออกด้วยว่าสินทรัพย์ที่จะซื้อนั้นจะต้องมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว

วิกฤติ Covid-19 มีโอกาสลงทุนอะไร?

หุ้นและอสังหาฯครับ!

สินทรัพย์ทั้งสองประเภทนี้มักจะให้ผลตอบแทนที่ดีมากในระยะยาวหากเราสามารถซื้อได้ในราคาต่ำ แต่ข้อจำกัดคือเราจะต้องมีความรู้มากพอที่จะเลือกซื้อให้ถูกต้อง

แต่ก็ยังมีสินทรัพย์อีกประเภทที่เราอาจจะไม่ต้องมีความรู้มากนักก็ลงทุนได้ และยังมีโอกาสสูงที่เราจะได้รับผลตอบแทนที่ดี นั่นก็คือกองทุนครับ

กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือเราจะต้องลงทุนกระจายไปในสินทรัพย์เหล่านี้ขึ้นอยู่กับความรู้ของเราครับ

ถ้าเรารู้เรื่องหุ้นมากก็เทพอร์ตไปทางหุ้นมากหน่อย หรือถ้ามีความรู้ไม่มากก็เทพอร์ตมาทางกองทุนมากหน่อย

ส่วนอสังหาฯนั้นเราก็สามารถเลือกลงทุนได้ทั้งผ่านกองทุนหรือซื้อสินทรัพย์จริงได้เลย ซึ่งช่วงนี้จะเป็นช่วงที่อสังหาฯจะมีการลดราคามากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับสภาวะปกติ (มีไม่บ่อยนะครับที่อสังหาฯจะลดราคา)

แต่ส่วนตัวผมจะไม่ค่อยถนัดอสังหาฯสินทรัพย์จริง เนื่องจากไม่มีความรู้มากนัก แต่เหตุผลหลักคือไม่ได้มีเงินก้อนใหญ่

ดังนั้นกลยุทธ์ของผมก็จะซื้อหุ้นและกองทุนเป็นหลัก และคำแนะนำสำหรับช่วงนี้คือทะยอยลงทุนทุกๆเดือนครับ เราจะไม่ลงทุนทีเดียวก้อนใหญ่เป็นอันขาด เหตุผลก็มีความเสี่ยงมากเกินไปครับ

แล้วเราจะลงทุนหุ้นอะไรดี? เรื่องนี้ผมคงตอบให้ไม่ได้เพราะว่าผมเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรหลังวิกฤติคลี่คลาย

ถ้าเป็นกองทุนผมก็พอจะมีความรู้ครับว่ากองทุนแบบไหนน่าสนใจเป็นพิเศษในช่วงแบบนี้

SSF (Super Savings Fund)

กองทุนประเภท SSF (Super Savings Fund) เป็นกองทุนประเภทลดหย่อนภาษีที่มาทดแทนกองทุน LTF ที่หมดไป ซึ่งจุดประสงค์หลักเพื่อให้ผู้มีรายได้สามารถออมเงินโดยมีผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีกว่าเงินฝากธนาคาร (มากพอสมควร) และสามารถลดหย่อนภาษีไปในตัวได้ด้วย

และในทางทฤษฎีนั้นหากใครก็ตามที่ออมเงินในกองทุน SSF ไปจนถึงวัยเกษียณ ก็จะมีเงินก้อนใหญ่ไว้ใช้หลังวัยเกษียณมากพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

แต่ที่เราจะต้องสนใจในช่วงนี้คือ SSF Extra ครับ!

SSF Extra (แบบพิเศษ)

SSF Extra เป็นกองทุนรูปแบบพิเศษของ SSF ซึ่งจะเปิดขายจำกัดช่วง 1 เมษายน 2563 - 30 มิถุนายน 2563 เท่านั้น

กองทุน SSF รูปแบบปกติเราจะสามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 200,000 บาทเท่านั้น และถ้าเราซื้อ SSF Extra เราจะสามารถลดหย่อนได้เพิ่มอีกถึง 200,000 บาท

สาเหตุที่กองทุนเปิดให้ซื้อในช่วงระยะเวลาสั้นๆก็เพราะต้องการให้นักลงทุนรีบตัดสินใจลงทุนในช่วงวิกฤติครับ

สิ่งที่เราต้องทำก็คือลงทุนซื้อ SSF Extra ผ่านวิกฤติไม่ต้องสนใจเงินลงทุนอีกเลย อีก 10 ปีค่อยกลับมาดูครับ ไม่ใช่เพราะว่าห้ามดูระหว่างนั้นนะครับ แต่เพราะว่านโยบาย SSF เราจะต้องถืออย่างน้อย 10 ปีครับ

อีกสาเหตุที่ทำไมต้อง SSF Extra ก็เพราะว่ากองทุนประเภทนี้มีนโบายลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 65% ถ้าเราเชื่อว่าประเทศไทยจะเติบโตขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้าก็ไม่ต้องกลัวอะไรเลยครับ หากอดทนผ่านวิกฤติได้ ยังไงก็ได้ผลตอบแทนที่ดีครับ

สรุป

โดยสรุปคือช่วงนี้คนมีเงินสดต้องพยายามกัดฟันลงทุนครับ จะเป็นสินทรัพย์ประเภทใดก็ได้แต่ขอว่าจะต้องมีความรู้ก่อนลงทุนครับ

กองทุน SSF Extra ถือเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจมากในช่วงนี้ นอกจากจะได้ลดหย่อนภาษีทันทีแล้ว ภายในข้างหน้าอีก 10 ปี ผมเชื่อว่าเงินต้นจะเติบโตขึ้นอย่างมากครับ

ที่สำคัญคือหากเราพลาดโอกาสนี้แล้ว เราอาจจะต้องรออีก 10 ปีถึงจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เราไม่จำเป็นต้องปล่อยให้โอกาสผ่านไปใช่มั้ยครับ?

เมื่อเลือกสินทรัพย์ที่สนใจได้แล้วก็สามารถซื้อได้เลย ส่วนรายชื่อกองทุนที่เปิดให้เราได้ลงทุนสามารถเข้าไปตามลิ้งนี้ได้เลยครับ กองทุน SSFX